TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “Hometown's embrace” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ดู
A Casual Journey Through Our Hometown Mountains:The Goromaru Episode
Docomo • 25 มี.ค. 68
อ่าน
เซ็นทรัลพัฒนา ถ่ายทอดคุณค่าความเป็นแม่ผ่าน ‘Mom Moments: Proud Mom. Proud of My Mom’ ต่อยอด Consumer Insight สู่ Shared Memories ของทุกครอบครัว
#CPN #ทันหุ้น บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ น้อมนำพระราชดำรัสในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง "ฉันรักการเป็นแม่มากที่สุด" พระราชดำรัสตอนหนึ่งเมื่อครั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยือนอเมริกาและยุโรป นักข่าวหนังสือพิมพ์ที่ขอพระราชทานสัมภาษณ์ถามพระองค์ว่า ทรงโปรดอะไรมากที่สุด ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัฒนา ขอน้อมนำพระราชดำรัสดังกล่าวมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์แคมเปญเฉลิมฉลองคุณค่าของความรัก ความผูกพัน และความภาคภูมิใจระหว่างแม่กับลูก ผ่านแนวคิด "Proud Mom. Proud of My Mom." โดยในปีนี้ โอปอลสุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025 และคุณแม่ จะมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ของแม่กับลูก ในฐานะตัวแทนของคนรุ่นใหม่ พร้อมกับเชิญชวนทุกครอบครัว ร่วมสร้าง "Mom Moments" ผ่านกิจกรรม ประสบการณ์ และโปรโมชั่นพิเศษตลอดเดือนสิงหาคม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า คุณค่าของความเป็นแม่ที่สะท้อนผ่านพระราชดำรัส ฉันรักการเป็นแม่มากที่สุด ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง คือแรงบันดาลใจสำคัญที่เซ็นทรัลพัฒนาน้อมนำมาสู่แคมเปญ Mom Moments: Proud Mom. Proud of My Mom. เพราะพระราชดำรัสดังกล่าวสะท้อนความรัก ความเสียสละ และความภาคภูมิใจของความเป็นแม่ ซึ่งเป็นคุณค่าที่งดงามและยังคงมีความหมายต่อทุกครอบครัวในทุกยุคสมัย ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคยุคใหม่ให้คุณค่ากับการใช้ Quality Time และการสร้าง Shared Memories มากกว่าการแสดงความรักผ่านการให้ของขวัญเพียงอย่างเดียว ทำให้วันแม่ในวันนี้มีความหมายมากกว่าการซื้อของ แต่คือโอกาสในการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว เซ็นทรัลพัฒนาจึงออกแบบ Mom Moments ให้เป็นมากกว่าแคมเปญ แต่เป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้ทุกครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน สร้างความทรงจำที่มีความหมาย และทำให้ศูนย์การค้ากลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนเลือกมาใช้ชีวิตในทุกช่วงเวลาสำคัญ เข้าใจผู้บริโภคยุคใหม่ สู่การสร้าง Mom Moments Gen Z และ Millennials กำลังนิยามความสัมพันธ์แม่ลูกใหม่ จาก "ผู้ปกครอง" สู่ "เพื่อนคู่คิด" ที่แชร์ทั้งไลฟ์สไตล์ ความสนใจ และเวลาร่วมกัน สะท้อนผ่าน 2 อินไซต์สำคัญ Peer-Like Relationship เพราะแม่คือเพื่อนสนิท: กว่า 7075% ของ Gen Z มองพ่อแม่เป็น "เพื่อนสนิทที่สุด" ขณะที่คู่แม่ลูก Gen Z กว่า 60% มีความสนใจร่วมกัน ตั้งแต่ Pop Culture เพลง ไปจนถึงคอมมูนิตี้เดียวกัน สะท้อนความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและเติบโตไปพร้อมกัน Humor Family Content: นรุ่นใหม่เปิดรับคอนเทนต์ครอบครัวที่สนุกและเป็นธรรมชาติ ความรักในครอบครัวยุคใหม่ไม่ต้องจริงจังเสมอไป แต่เกิดขึ้นได้ในทุกโมเมนต์ธรรมดาที่เต็มไปด้วยความสุข โอปอลสุชาตา และคุณแม่ ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวแห่งความภาคภูมิใจของแม่และลูก เพื่อถ่ายทอดแนวคิด Proud Mom. Proud of My Mom. เซ็นทรัลพัฒนาชวน โอปอลสุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025 และคุณแม่ ร่วมแบ่งปันเรื่องราวของแม่ลูกยุคใหม่ ผ่านมุมมองของลูกที่มีแม่เป็นแรงสนับสนุน และแม่ที่ภาคภูมิใจในความสำเร็จของลูก สะท้อนความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดในฐานะเพื่อนคู่คิดและกำลังใจ พร้อมชวนทุกครอบครัวสร้าง "Mom Moments" เพราะทุกช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกัน คือความทรงจำที่มีค่าที่สุด เซ็นทรัลพัฒนาชวนทุกครอบครัวร่วมสร้าง Mom Moments ตลอดเดือนสิงหาคม ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ไฮไลท์ ได้แก่ รีวิวแม่ แบบ Gen Z: เปลี่ยนคำบอกรักให้เป็นเรื่องราวที่อยากแชร์ ผ่านการ รีวิวแม่ ในมุมที่เป็นตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคำสอนที่ประทับใจ เรื่องราวการเติบโต หรือโมเมนต์เล็ก ๆ ที่ทำให้รู้ว่า แม่คือคนสำคัญที่สุด พร้อมชวนทุกครอบครัวมาเก็บความทรงจำดี ๆ ที่ MOM MOMENT STUDIO แลนด์มาร์กถ่ายภาพและวิดีโอสุดพิเศษ ให้ทุกครอบครัวได้สร้างคอนเทนต์ เก็บภาพความประทับใจ และแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกันครอบคลุม 26 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ Proud Mom Move Together: ต่อยอดเทรนด์ Health Wellness ชวนคุณแม่และลูกมาใช้เวลาร่วมกันผ่านกิจกรรมออกกำลังกายสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยเซ็นทรัลพัฒนา ผนึกกำลัง 3 แบรนด์ชั้นนำในกลุ่ม Fitness ได้แก่ Fitness First, Jetts Fitness และ Virgin Active รวมถึง Wellness Community จัดกิจกรรมแอโรบิคและโยคะ เติมพลังสุขภาพและสร้างโมเมนต์ดี ๆ ไปด้วยกัน ครอบคลุม 18 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ Celebrate with Mom Privileges: เติมเต็มทุกโมเมนต์ให้พิเศษกับสิทธิพิเศษสมาชิก The 1 เพียงลงทะเบียนและสแกนใบเสร็จผ่านแอปพลิเคชัน Central X ลุ้นรับจี้เพชร Jubilee Diamond พร้อมที่พักโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา รวมมูลค่ากว่า 422,000 บาท* พร้อมรับ E-Voucher จากแบรนด์ในเครือเซ็นทรัลรวมสูงสุด 8,000 บาท* และมอบความพิเศษให้สายบิวตี้กับ 60 Top Spenders รับบัตรกำนัลบริการเสริมความงามจาก The Klinique รวมมูลค่ากว่า 960,000 บาท*รับเพิ่มสูงสุด 1,500 พอยท์* เมื่อช้อปสะสมที่ร้านแฟชั่นและสถานเสริมความงามที่ร่วมรายการ* ลงทะเบียนก่อนช้อปตั้งแต่ 1 31 ส.ค. 69 พิเศษเฉพาะสมาชิก The 1 Exclusive ช้อปทุก 1,000 บาทรับ 3 สิทธิ์ลุ้นรางวัล Lucky Draw และรับเพิ่มสูงสุด 10,000 พอยท์* เมื่อช้อปสะสมครบ 100,000 บาท รับ 5,000 พอยท์ สามารถรวบรวมใบเสร็จภายในวันจากร้านค้าที่ร่วมรายการศูนย์การค้าเซ็นทรัลทุกสาขาทั่วประเทศและรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 26% บัตรของขวัญ หรือผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน** จากบัตรเคดิตที่ร่วมรายการ พร้อมพบกับโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษอีกมากมายตลอดเดือนแห่งความรักของแม่และลูก ณ 43 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ เพราะเซ็นทรัลพัฒนาเชื่อว่า ทุกช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกัน คือ Mom Moments ที่จะกลายเป็นความทรงจำล้ำค่าของทุกครอบครัว ติดตามความเคลื่อนไหวคลิก: https://www.centralpattana.co.th
ทันหุ้น • 30 ก.ค. 69
อ่าน
รีวิวหนัง “The End of Oak Street มหาภัยสุดถนนโอ๊ค” บันเทิงระทึกตามสูตร ปรุงดีถึงจะใช้วัตถุดิบเดิม
มาถึงคิวหนังฟอร์มดีลักษณะกึ่งบล็อกบัสเตอร์เรื่องท้าย ๆ ปลายซัมเมอร์ปีนี้ ที่มาพร้อมกับสมการทีเด็ด ทั้งไดโนเสาร์ ทั้งทะลุมิติ ทั้งวิ่งหนีตาย ทั้งผนึกกำลังพลังครอบครัว ออกมาสูตรสำเร็จที่รอการค้นพบใน The End of Oak Street มหาภัยสุดถนนโอ๊ค คอนเทนต์แอคชันผจญภัยชวนระทึกที่ทำให้นึกถึงคอนเทนต์คลาสสิกในฮอลลีวูดสุดแสนคนึงหา ที่เปรียบเสมือนหยิบเอาวัตถุดิบที่คุ้นเคยมาปรุงรสชาติใหม่ที่มอบผลลัพธ์ชวนเวิร์ก เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อเหตุการณ์ลึกลับจากห้วงอวกาศได้กระชากถนนโอ๊ค ออกจากย่านชานเมือง และเหวี่ยงชุมชนของพวกเขาไปยังสถานที่ที่ไม่มีใครรู้จัก ครอบครัวแพลตต์จึงได้ค้นพบในไม่ช้าว่า การเอาชีวิตรอดของพวกเขาขึ้นอยู่กับการร่วมแรงร่วมใจกัน เพื่อฝ่าฟันและหาทางออกจากสภาพแวดล้อมที่พวกเขาไม่คุ้นเคย นี่คือการคัมแบ็กกลับมาสร้างหนังเรื่องใหม่ของผู้กำกับ เดวิด โรเบิร์ต มิตเชลล์ ในรอบ 8 ปี เรียกได้ว่าเขาคนนี้หายไปกับลูปช่วงโควิด-19 แพร่ระบาดทีเดียว แต่กลับมาครั้งนี้เขาก็เล่นใหญ่ไม่เบา เพราะนี่คือหนังที่เขาปลุกปั้นบทหนังออกมาจากไอเดียและการค้นคว้าของตัวเองมาหลายปี จับมือร่วมสร้างกับบริษัทตัวพ่อแห่งหนังไซไฟ อย่าง Bad Robot ของ เจ.เจ. แอบรัมส์ กลายออกมาเป็นสมการที่ช่างเหมาะเจาะไปทุก ๆ ด้านจริง อันที่จริง The End of Oak Street เรื่องนี้ได้ถ่ายทำและปิดกล้องไปตั้งแต่กลางปี 2024 แล้ว แต่ไม่รู้เพราะอะไรเช่นกัน กว่าหนังจะได้ฉายต้องใช้เวลาทำงานหลังการถ่ายทำที่ค่อนข้างนาน เพราะเดิมหนังควรจะต้องเข้าฉายตั้งแต่ซัมเมอร์ 2025 แต่ก็ขยับเรื่อยมา คาดว่าส่วนใหญ่น่าจะเพราะการเก็บรายละเอียดงานเทคพิเศษและออกแบบซีจีอย่างพิถีพิถัน เพราะถึงจะเป็นหนังที่เต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์ แต่ทุนสร้างของหนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้บานปลายถึงระดับร้อยล้านแต่อย่างใด เพราะผลลัพธ์ที่ออกมาใน The End of Oak Street ของผู้กำกับ เดวิด โรเบิร์ต มิตเชลล์ ต้องยอมรับว่าค่อนข้างเวิร์กใช้ได้เลย หนังอบอวลไปด้วยเสน่ห์เก่า ๆ ที่หยิบกลิ่นอายของหนังดังในอดีตมาหยอดใส่เอาไว้ในเรื่องนี้อย่างมากิมมิก ไม่ใช่เป็นการคัดลอกใด ๆ เพียงแต่หยิบยืมมาเท่านั้น แม้ว่าหนังจะไม่ระบุว่าเป็นหนังย้อนยุค แต่เมื่อหนังเริ่มต้นขึ้นผู้ชมจะสัมผัสได้เอง และซีบซับผ่านวิถีการใช้ชีวิตผ่านตัวละครต่าง ๆ กลายเป็นความกลมกล่อมในกิมมิกที่พยายามเสริมมิติไทม์ไลน์ของหนังได้อย่างมีชั้นเชิง เอาจริง ๆ แล้ว The End of Oak Street ก็ไม่ใช่หนังที่พล็อตและเส้นเรื่องที่แปลกใหม่ใด ๆ อะไรเลย ก็แทบจะไม่ต่างกับหนังสัตว์ประหลาดบุก แนว ๆ Jurassic Park ผสมโรงกับ Jumanji ต้นฉบับ พ่วงด้วยกลิ่นอายซัมเมอร์ย้อนยุคเข้ามาได้อย่างเป็นเสน่ห์ ถึงพล็อตจะออกเชย แต่ก็เป็นเหมือนขวดเก่าเล่าใหม่ ที่ปรุงแต่งจากวัตถุดิบเดิม ๆ ออกมาได้ครบเครื่องยิ่งใหญ่ กระชับได้ค่อนข้างเหมาะเจาะ และไม่รีรอที่ตรงดึ่งเข้าสู่ประเด็น พร้อมกับจู่โจมคนดูได้อย่างตรงเป้า นั่นจึงทำให้ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงของหนังเรื่องนี้ กลายเป็นอรรถรสความเพลินและระทึกใจในการเอาใจช่วยตัวละครต่าง ๆ ในสถานาการณ์ขับขันที่แวดล้อมไม่เป็นที่คุ้นเคย องค์ประกอบของโครงเรื่องและการเล่าเรื่องอาจจะไม่ได้เฉียบคมมากเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าเป็นวิธีชาญฉลาดที่หนังเลือกเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบในลักษณะนี้ เน้นในสิ่งที่ต้องการอย่างเน้นย้ำและนำเสนอจริง ๆ ทำให้ผู้ชมได้รับอรรถรสที่เป็นเนื้อเน้น ๆ กลับมาคืนมาเช่นกัน งานสร้างและองค์ประกอบต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้ไม่รู้จะติตรงไหน เพราะทุกอย่างค่อนข้างกลมกล่อมลงตัวกับเนื้อหาของหนังเป็นอย่างดี การออกแบบโปรดักชันทำได้ใช้ได้ เก็บรายละเอียดของยุคสมัยได้ดี มุมภาพมุมกล้องก็ดูออกได้เลยว่าเป็นลายเส้นงานกำกับของใคร เพราะยังเน้นกิมมิกลูกเล่นอันเป็นเอกลักษณ์เอาไว้ ส่วนงานซีจีและสร้างตัวละครดึกดำบรรพ์ต่าง ๆ ก็แนบเนียนในหนังได้อย่างลงตัว บอกได้เลยว่าหนังเรื่องนี้ใช้งบทุกบาทได้อย่างคุ้มค่า จากฝีมือการคุมงานกำกับโดย เดวิด โรเบิร์ต มิตเชลล์ ที่ชัดในงานทุกส่วนจริง ๆ พอมาถึงพาร์ททางการแสดง ก็มาเสริมความดีงามให้กับหนังเข้าไปเพิ่มพูนอีก แอนน์ แฮทธาเวย์ เป็นนักแสดงที่ก็รับบทเล่นมาแล้วแทบจะทุกบทบาทที่มีในวงการ เมื่อต้องออกโรงสู้และวิ่งหนีไดโนเสาร์สุดชีวิต ก็เป็นอีกมุมการแสดงที่เธอยังแบกรับมันเอาไว้ดีเหมือนเคย ความเป็นมืออาชีพของเธอทำให้บททที่ดูไม่มีอะไร เต็มไปด้วยมิติตัวละครที่เพิ่มเข้ามาในหลากหลายมุมดี ยิ่งได้ ยวน แม็คเกรเกอร์ มาเสริมต่อบทด้วย นับเป็นการส่งเสริมกันและกันของมืออาชีพที่สะท้อนผ่านตัวหนังได้มั่นคงยิ่งขึ้น ทางด้านเหล่านักแสดงเด็ก ๆ ดาวรุ่งรุ่นใหม่ก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน ทั้ง ไมซีย์ สเตลลา, คริสเตียน คอนเวอรี หรือ จอร์แดน อเล็กซา เดวิส ต่างมาเสริมสมทบในมหกรรมการผจญภัยหนีภัยครั้งนี้ได้ค่อนข้างดี แม้ว่าบทบาทของพวกเขาจะชวนหยุมหัวอยู่บ้าง แต่ก็เป็นไปตามเหตุและผลที่หนังสื่อสารออกมาได้อย่างมีที่มาที่ไป จึงทำให้พาร์ทนักแสดงของหนังเรื่องนี้ เป็นอีกกำลังหลักที่ช่วยส่งเสริมความขันแข็งของหนังเรื่องนี้ให้แน่นยิ่งขึ้น โดยสรุปภาพรวมแล้ว The End of Oak Street จัดเป็นหนังซัมเมอร์อีกเรื่องที่ค่อนข้างเวิร์กไปตามสูตร แม้ว่าจะเป็นการหยิบเอาสมการเดิม ๆ ของหนังประเภทนี้มาเล่นอีกครั้ง แต่กลายเป็นการปรุงแต่งใหม่ในเวอร์ชันที่กลมกล่อมยิ่งขึ้นกว่า เต็มไปด้วยอรรถรสที่เพลินใจได้ดีตลอดทั้งเรื่องนี้ พล็อตเรื่องอาจจะเชยและมากับลูกเล่นง่าย ๆ แต่เป็นจังหวะเหมาะเจาะลงตัวกำลังพอดีสำหรับตัวหนังเรื่องนี้ดี เสริมกับการแสดงของทีมดารามืออาชีพที่อยู่หมัด มันคือการหากินสูตรเดิม ๆ ที่ปรุงแต่งได้อร่อยยิ่งขึ้น ต้องขอบคุณฝีมือผู้กำกับที่รับมือแบบเอาอยู่จริง ๆ ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง The End of Oak Street มหาภัยสุดถนนโอ๊ค ประเภท: แอคชัน / ผจญภัย / ไซไฟ / ระทึกขวัญ ผู้กำกับ: เดวิด โรเบิร์ต มิตเชลล์ นำแสดงโดย: แอนน์ แฮทธาเวย์, ยวน แม็คเกรเกอร์, ไมซีย์ สเตลลา, คริสเตียน คอนเวอรี ความยาว: 110 นาที กำหนดฉายในไทย: 12 สิงหาคม 2026 Movie.TrueID METRIC: The End of Oak Street มหาภัยสุดถนนโอ๊ค ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.2/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.0/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.5/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.8/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.6/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.7/10) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 4 วันที่แล้ว
อ่าน
เดอะมอลล์ ชวนทุกคนออกเดินทางสัมผัสเสน่ห์ เมืองรองและชุมชนท้องถิ่นทั่วไทย
หลงไทย จากเสน่ห์ของเมืองรองสู่การเดินทางที่สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน ชิมของถิ่น เที่ยววัฒนธรรม ชมวิถีชุมชน สัมผัสสี่ภาคในวันเดียว ภายใต้แนวคิด ชิมของถิ่น เที่ยววัฒนธรรม ชมวิถีชุมชน สัมผัสสี่ภาคในวันเดียว ชวนสัมผัสเสน่ห์ เมืองรอง THE MAL LIFESTORE ชวนทุกคนออกเดินทางสัมผัสเสน่ห์ของ เมืองรองและชุมชนท้องถิ่นทั่วไทย ผ่านเรื่องราวจาก 4 ภูมิภาค ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ผ่านอาหารและเครื่องดื่มท้องถิ่น วิถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิปัญญา สินค้าชุมชน และประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สะท้อนเสน่ห์เฉพาะของแต่ละจังหวัด หัวใจของงาน คือ M-TRAIN ขบวนรถไฟสายมหัศจรรย์ ที่จะพาผู้ร่วมงานออกเดินทางผ่าน ลำปาง เลย ลพบุรี และพังงา เปรียบเสมือนการเชื่อมโยงผู้คนจากเมืองใหญ่สู่เมืองรอง ถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชน ธรรมชาติ และวัฒนธรรมไทย ผ่านแลนด์มาร์กสำคัญและประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ออกแบบให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้ไปพร้อมกับการสร้างแรงบันดาลใจในการออกเดินทางไปสัมผัสสถานที่จริง หลงไทย จึงไม่ได้เป็นเพียงงานที่รวบรวมของดีจากทั่วประเทศ แต่เป็นการเปิดมุมมองใหม่ให้ผู้คนได้ค้นพบคุณค่าของเมืองรอง ผ่านเสน่ห์ของผู้คน วิถีชุมชน และภูมิปัญญาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมสะท้อนให้เห็นว่า การท่องเที่ยวสามารถเป็นพลังสำคัญในการกระจายรายได้ สร้างโอกาสให้ชุมชน และส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ภายในงาน ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัส 4 จุดหมายปลายทาง (4 Destination) ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค ผ่านแลนด์มาร์ก ประสบการณ์ท้องถิ่น (Local Experience) และผลิตภัณฑ์ชุมชนที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่ ลำปาง เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมล้านนาและรถม้าอันเป็นเอกลักษณ์ เลย เมืองแห่งประเพณีผีตาโขนที่สะท้อนพลังของวัฒนธรรมชุมชน ลพบุรี เมืองประวัติศาสตร์ที่งดงามท่ามกลางทุ่งทานตะวัน และ พังงา เมืองแห่งทะเลอันดามันที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติและวิถีประมงพื้นบ้าน ตลอดเส้นทางการเดินทาง ผู้ร่วมงานจะได้พบกับเรื่องราวของผู้คน ผู้ผลิต และวิสาหกิจชุมชน ที่ร่วมกันสร้างคุณค่าจากทรัพยากรท้องถิ่น ผ่านอาหาร งานคราฟต์ และผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่หนึ่งในเรื่องราวสำคัญของการเดินทางครั้งนี้ คือ Re4Rest Coffee จังหวัดน่าน กาแฟที่เติบโตใต้ร่มเงาของผืนป่าต้นน้ำ ซึ่งสะท้อนแนวคิดของการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับธรรมชาติอย่างสมดุล ทุกเมล็ดกาแฟเกิดจากความร่วมมือของเกษตรกรในชุมชนที่ดูแลผืนป่าไปพร้อมกับการเพาะปลูก ก่อให้เกิดรายได้ที่มั่นคง ควบคู่กับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำของประเทศ กาแฟทุกแก้วจึงไม่เพียงมอบรสชาติที่มีเอกลักษณ์ แต่ยังเชื่อมโยงผู้บริโภคให้มีส่วนร่วมในการดูแลผืนป่าและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับชุมชน Re4Rest Coffee จึงเป็นมากกว่ากาแฟคุณภาพ แต่เป็นตัวอย่างของการใช้ การท่องเที่ยวและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกร ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และเชื่อมโยงผู้บริโภคให้ร่วมดูแลทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมกัน นอกจากเรื่องราวของกาแฟแล้ว ภายในงานยังรวบรวมร้านอาหารท้องถิ่นจากเมืองหลักและเมืองรองทั่วประเทศ ตั้งแต่ร้านระดับตำนาน ร้านที่ได้รับการรับรองจาก Michelin Guide ไปจนถึงผู้ประกอบการรายย่อยที่สืบทอดสูตรอาหารจากรุ่นสู่รุ่น อาหารทุกจานสะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ พร้อมเชื่อมโยงเกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ และผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานของชุมชน ให้เกิดการกระจายรายได้กลับสู่ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม อีกหนึ่งหัวใจของ หลงไทย คือการนำเสนอ ผลิตภัณฑ์ชุมชน (Community Products) ที่เกิดจากการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นผ้าทอ งานหัตถกรรม งานจักสาน หรือผลิตภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรและวัฒนธรรมของชุมชน ในพื้นที่ภาคใต้ ผู้ร่วมงานจะได้พบกับ BARAHOM BARZAAR จังหวัดปัตตานี วิสาหกิจชุมชนที่นำเศษผ้าบาติก เศษอวนประมง และวัสดุเหลือใช้จากชายฝั่ง มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นและของใช้ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เปลี่ยนวัสดุที่เคยถูกมองว่าไร้คุณค่าให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และลดปริมาณของเสียในชุมชน ควบคู่กับ กระจูดรายา จังหวัดนราธิวาส ผลิตภัณฑ์จักสาน Handmade 100% ที่สืบทอดภูมิปัญญาการสานกระจูดของชุมชนชายแดนใต้ ทุกชิ้นงานสะท้อนความประณีต ความคิดสร้างสรรค์ และคุณค่าทางวัฒนธรรม พร้อมต่อยอดงานหัตถกรรมดั้งเดิมสู่ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่สามารถแข่งขันในตลาดยุคใหม่ได้ โดยยังคงรักษารากเหง้าและอัตลักษณ์ของชุมชนไว้อย่างครบถ้วน เรื่องราวของภาคใต้ยังเชื่อมโยงไปถึงวิถีของชาวประมงพื้นบ้าน ผู้ที่ดำรงชีวิตควบคู่กับท้องทะเลและทรัพยากรชายฝั่งมายาวนาน อาหารทะเลพื้นถิ่นและผลิตภัณฑ์จากชุมชนประมงไม่ได้สะท้อนเพียงรสชาติของทะเลอันดามัน หากยังสะท้อนองค์ความรู้ในการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า การรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และการสืบทอดวิถีชีวิตที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน เมื่อเรื่องราวของกาแฟ อาหาร งานหัตถกรรม วิถีประมง และการท่องเที่ยวถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกัน หลงไทย จึงก้าวข้ามการเป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่กลายเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านการเดินทางที่สร้างคุณค่าทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนเลือกสนับสนุนสินค้าและบริการจากชุมชน ออกเดินทางไปสัมผัสเมืองรองด้วยตนเอง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างการเติบโตที่กระจายโอกาสอย่างทั่วถึง แนวทางการดำเนินงานของโครงการสอดคล้องกับ หลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) โดยเชื่อมโยงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างรายได้ให้เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน การสืบสานภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาครัฐ และชุมชน เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นควบคู่กับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ตลอดระยะเวลาการจัดงาน THE MALL LIFESTORE หลงไทย จะเปลี่ยนพื้นที่ศูนย์การค้าให้กลายเป็นเส้นทางแห่งการเรียนรู้และแรงบันดาลใจ เชิญชวนผู้คนทุกช่วงวัยออกเดินทางผ่านเรื่องราวของเมืองรองไทย พร้อมเปิดมุมมองใหม่ว่า เพราะทุกการเดินทาง ไม่ได้สร้างเพียงความทรงจำให้กับนักท่องเที่ยว แต่ยังสร้างรายได้ให้ชุมชน สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน กำหนดการจัดงาน 15-23 สิงหาคม 2569 M GRAND HALL ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ (พร้อม M-TRAIN ขบวนรถไฟสายมหัศจรรย์) 25 สิงหาคม - 2 กันยายน 2569 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ 10-20 กันยายน 2569 เดอะมอลล์ โคราช
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 4 วันที่แล้ว
เกม
Song Of The Prairie
สร้างชีวิตในชนบทจากความสะดวกสบายในบ้านของคุณ ปลูกฝังฟาร์มของคุณ สร้างสัมพันธ์กับคนในท้องถิ่น และสำรวจทุ่งหญ้าแพรรีอันกว้างใหญ่และสวยงาม ด้วยการมุ่งเน้นไปที่ธรรมชาติและชุมชน มันเป็นเรื่องของการฟื้นฟูและความหวัง ทุ่งหญ้ากำลังเรียกร้อง คุณจะตอบเพลงไหม?
Blacknut • 22 ก.ค. 69
เกม
Petit Island
ยินดีต้อนรับสู่เกาะ Petit Island อันงดงามและแสนอบอุ่นในเขตร้อน! ย้อนรำลึกการผจญภัยในวัยเยาว์ของคุณปู่ด้วยการสำรวจเกาะและพบปะกับชาวเกาะผู้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเกมสำรวจโลกเปิดสุดอบอุ่นที่แฝงไปด้วยเรื่องราวสุดประทับใจนี้ เก็บรักษาความทรงจำของคุณปู่ไว้ก่อนที่มันจะเลือนหายไป
Blacknut • 22 ก.ค. 69
เกม
Kathy Rain
เคธี่ นักศึกษาสิงห์นักบิดฮาร์ลีย์ เดวิดสันนิสัยแปลกกลับมาที่บ้านเกิดเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเพื่อร่วมงานศพของคุณปู่ การเดินทางครั้งนี้จะทำให้เธอได้ค้นพบปริศนาอันมืดดำของเมืองเล็ก ๆ ในชนบทแห่งนี้ อะไรทำให้คุณปู่เปลี่ยนไปเป็นคนละคนจากที่เคยเป็นกันแน่ ค้นหาและผสมผสานของต่าง ๆ เพื่อไขปริศนาอันแยบยลนี้
Blacknut • 22 ก.ค. 69
อ่าน
บรรยากาศรียูเนี่ยน League of Legends Classic Reunion ครบรอบ 17 พบกันได้ที่ยูเนียนมอล
Riot Games เปิดบ้านต้อนรับเหล่าซัมมอนเนอร์ไทย กลับสู่บรรยากาศวันวานอันแสนคุ้นเคยอีกครั้งในงาน League of Legends Classic Reunion กิจกรรมรวมพลออฟไลน์ครั้งสำคัญที่พาทุกคนย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอันเป็นตำนานของ Summoner’s Rift เพื่อร่วมเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 17 ปีสุดยิ่งใหญ่ในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ต้อนรับการกลับมาของโหมด Classic ที่แฟน ๆ ทั่วโลกต่างตั้งตารอคอย โดยงานจัดขึ้น ณ ลานกิจกรรมชั้น G ศูนย์การค้ายูเนียนมอลล์ ในวันที่ 1-2 สิงหาคมนี้ ทีมงานได้เข้าร่วมงานในวันแรกและได้เก็บภาพบรรยากาศบางส่วนกันภายในงานจะมีทั้งโซนที่สามารถถ่ายรูป ร่วมถึงร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อรับของรางวัล บางอย่างอาจจะง่ายหน่อย บางอย่างต้องท้าทายฝีมือหรือบางอย่างใช้แค่ดวงจริง ๆ อันนี้ใครมีเวลาวนเล่นให้ครบได้เลย และอย่าลืมแวะไปถ่ายรูปกับเหล่าคอสเพลย์ที่ทีมงานเตรียมมาสร้างสีสันและบรรยากาศภายในงานบนเวทีก็มีกิจกรรมน่าสนใจ ต้อนรับการกลับมาของเหล่าตำนานแห่งวงการ LoL ทั้งผู้เล่นโปรเพลเยอร์และเหล่าแคสเตอร์ยุคบุกเบิกที่จะมาร่วมพบปะพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด พร้อมสนุกไปกับ Showmatch จากอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ซึ่งงานนี้ Riot Games จัดเต็มแมตช์ลับข้ามรุ่น จับอินฟลูรุ่นเก๋ามาปะทะกับชาวเจนซีไฟแรงให้ได้เชียร์กันแบบติดขอบสนามและอีกส่วนที่ต้องแวะคือสินค้าของเหล่าครีเอเตอร์ ที่นำงานแฟนเมดมาให้หยิบจับซื้อกลับบ้านกันได้ตามแต่จะถูกใจ มีสินค้าหลากหลายตั้งแต่พวงกุญแจยันแผ่นรองเม้าส์ ฉะนั้นใครไปงานอย่าลืมพกตังค์ไปด้วย ของฟรีจากกิจกรรมก็มี ของเสียตังค์ก็ต้องมาสำหรับงาน League of Legends Classic Reunion ยังมีพรุ่งนี้ ( 2 สิงหาคม) อีกวัน ใครสนใจไปกันได้เลย ที่ ลานกิจกรรมชั้น G ศูนย์การค้ายูเนียนมอลล์
Online Station • 1 ส.ค. 69
เกม
Lake
ในปี 1986 เมอริดิธ ไวส์หยุดพักจากงานประจำในเมืองใหญ่เพื่อไปส่งจดหมายที่บ้านเกิดของเธอ เธอจะสัมผัสประสบการณ์สองสัปดาห์ในเมืองพรอวิเดนซ์โอ๊คส์ที่สวยงาม ซึ่งมีทะเลสาบอันเป็นเอกลักษณ์และชุมชนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างไร และเธอจะทำอะไรต่อไป ขึ้นอยู่กับคุณ
Blacknut • 22 ก.ค. 69
อ่าน
[HERROR]Gas Station Case รับบทเด็กปั๊มในเกมสยองขวัญสไตล์เรโทร วางจำหน่ายแล้ววันนี้
ใครที่ชอบเกมสยองขวัญสไตล์เรโทรแบบเกม Fears to Fathom ห้ามพลาด! กับ [HERROR] Gas Station Case เกม Crazy retro horror ที่จะให้เรารับบทพนักงานกะดึกในปั๊มแห่งหนึ่ง แต่ทุกอย่างก็กลายเป็นฝันร้ายเหนือธรรมชาติ เราจะต้องเอาชีวิตรอดไปถึงย่ำรุ่งให้ได้! ซึ่งตัวซีรี่ส์เกม [HERROR]นั้นจะมีเกมสั้นๆ เกี่ยวข้องกับงานประจำวันธรรมดา แต่มีความสยองขวัญซุกซ่อนอยู่ โดยละเกมไมได้มีเนื้อหาต่อเนื่องกัน (เล่นแยกกันได้) และ Gas Station Case เกมแรกของซีรีส์นี้ก็ได้วางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วบน Steam สำหรับใครอยากลองก็ลองเล่นเดโม่ก่อนได้เลยใน [HERROR] Gas Station Case คุณจะได้เล่นเป็น Dan Cooper หนุ่มวัย 25 ที่ทำงานกะดึกในปั๊มน้ำมันที่ Ohio หลังจากถูกเลิกจ้างจากโรงงาน uranium เขาพยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ทุกอย่างกลับพลิกผันเมื่อเพื่อนชื่อ Michael ไปเจอกล่องลึกลับริมทะเลสาบ ไม่นาน คนในป่าแถวนั้นก็เริ่มหายตัวไป และปั๊มน้ำมันที่ดูอบอุ่น กลับกลายเป็นกับดักมรณะตัวเกมจะเล่าเรื่องแบบ First-person walking simulator เน้นการสำรวจ ทำงาน และสนทนา ได้แรงบันดาลใจจากเกมสุดหลอนอย่าง Fears to Fathom และ Chilla’s Artข้อมูลเกมบรรยากาศหลอน ๆ แต่ภาพให้ความรู้สึกอบอุ่นสไตล์ภาพแบบเทป VHS ย้อนยุคได้สัมผัสชีวิตของพนักงานปั๊มน้ำมันเนื้อเรื่องละเอียด มีดีเทลเล็ก ๆ ให้สังเกตมีโหมด Silent Screamers สำหรับคนที่ไม่ชอบ Jump Scare แต่ยังอยากอินกับบรรยากาศเล่นจบในครั้งเดียว Demo 20–30 นาที / เกมตัวเต็ม 90–120 นาทีเป็นซีรีส์แบบ Anthology แต่ละตอนเชื่อมกันด้วยโทน ไม่ใช่เนื้อเรื่องปรับแต่งกราฟิกได้ เหมาะกับ PC และโน้ตบุ๊คสเปกกลางเพลงประกอบปลอดภัยสำหรับสตรีม (DMCA-safe)มีโมเมนต์ทั้งหลอน ตลก ตึงเครียด และเซอร์ไพรส์ถ้าคุณชอบเกมแนว Fears to Fathom, Chilla’s Art, Zoochosis หรือ Mouthwashing เกมนี้จะให้ฟีลเดียวกันเลยเกม [HERROR] Gas Station Case
Online Station • 5 วันที่แล้ว
สิทธิพิเศษ
BEAT Active
ศูนย์รวมกิจกรรมกีฬาและความบันเทิงในร่ม (Indoor Sports & Entertainment) ระดับเวิลด์คลาส ตั้งอยู่ที่ BITEC Buri (ไบเทค บางนา)
กิจกรรมแนวผจญภัย • 1 ส.ค. 69
อ่าน
แอมเวย์ ชู Pickleball กีฬาแห่งไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ สู่ “The Amway MLP Orlando”
แอมเวย์ ชู Pickleball กีฬาแห่งไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ สู่ The Amway MLP Orlando ศึก Major League Pickleball รอบปิดฤดูกาล 2026 กรุงเทพฯ (27 กรกฎาคม 2569) ในวันที่ผู้คนทั่วโลกไม่ได้มองหาแค่ "อายุที่ยืนยาว" แต่ต้องการ "คุณภาพชีวิตที่ยืนยาว" (Healthspan) เทรนด์การออกกำลังกายก็เปลี่ยนไปเช่นกัน จากการออกกำลังกายที่เน้นความหนักหน่วง สู่กิจกรรมที่สนุก เข้าถึงง่าย และสามารถทำร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงได้ หนึ่งในกีฬาที่กำลังได้รับความนิยมสูงที่สุดในวันนี้ คือ Pickleball กีฬาที่ผสมผสานความสนุกของเทนนิส แบดมินตัน และปิงปองไว้ด้วยกัน จนกลายเป็นหนึ่งใน Sport Lifestyle ที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก ยิ่งไปกว่านั้น นักวิจัยยังพบว่า การเล่นกีฬาที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ยังช่วยลดความเครียด กระตุ้นการหลั่งสารแห่งความสุข และสร้าง Social Connection ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการมี Healthspan ที่ดี จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ Pickleball จะกลายเป็นมากกว่ากีฬา แต่เป็น "Lifestyle Movement" ที่สะท้อนแนวคิดการใช้ชีวิตยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนไปพร้อมกัน จากเทรนด์ระดับโลก...สู่เวที The Amway MLP Orlando ครั้งนี้ แอมเวย์ ผู้นำด้าน Health Wellbeing ที่มุ่งส่งเสริมให้ผู้คนมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดี ร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ การแข่งขัน Major League Pickleball (MLP) รอบปิดฤดูกาลของลีก ประจำปี 2026 โดยมี 12 ทีมชั้นนำเข้าร่วมการแข่งขันก่อนเข้าสู่รอบเพลย์ออฟที่จะดำเนินการจัดขึ้นที่ ESPN Wide World of Sports Complex เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม 2 สิงหาคม 2569 นี้ ซึ่งสอดคล้องแนวคิดของแอมเวย์ที่เชื่อว่า การมี Healthspan ที่ดี ไม่ได้เกิดจากผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการผสานองค์ความรู้ด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย การพักผ่อน และความสัมพันธ์ทางสังคมเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นวิถีชีวิตที่ยั่งยืน ดังนั้น The Amway MLP Orlando จึงกลายเป็นพื้นที่ที่สะท้อนให้คนทั่วโลกเห็นว่า "อนาคตของสุขภาพ" กำลังจะเปลี่ยนจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วย ไปสู่การสร้างเกราะป้องกันด้วยคุณภาพชีวิตที่แข็งแรง มีพลัง และมีความสุขในการใช้ชีวิตทุกวัน สำหรับประเทศไทย แอมเวย์เดินหน้าส่งเสริมแนวคิด Health Wellbeing อย่างต่อเนื่อง ผ่านการสร้างความตระหนักด้าน Healthspan การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และการสนับสนุนการใช้ชีวิตแบบแอ็คทีฟด้วยผลิตภัณฑ์ โซลูชัน และกิจกรรมด้านโภชนาการและการออกกำลังกาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับทิศทางของแอมเวย์ทั่วโลก แฟนกีฬาชาวไทย สามารถติดตามตารางการแข่งขัน ผลการแข่งขัน และข่าวอัปเดตได้ทางเว็บไซต์ Major League Pickleball ขณะที่การแข่งขันทุกแมตช์จะเปิดให้รับชมย้อนหลังผ่าน YouTube ช่อง MajorLeaguePickleball ในวันถัดไป สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและสาระดี ๆ จาก แอมเวย์ประเทศไทย รวมถึงผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์แอมเวย์ ได้จากนักธุรกิจแอมเวย์ทั่วประเทศ หรือแอมเวย์ ช็อปทุกสาขา และช่องทางออนไลน์ Official ของแอมเวย์ อีกทั้งสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและโปรโมชันต่าง ๆ ได้ที่ Website: www.amway.co.thFacebook: www.facebook.com/amwaythailandLine Official: @amwaythailandTikTok: @sarasookthAmway Contact Center: 0-2725-8000 ==============================
ไลฟ์สไตล์ • 27 ก.ค. 69
อ่าน
"ก้านตอง ทุ่งเงิน" ภูมิใจสร้างบ้านสวนให้แม่วัย 70 บ้านในฝันหลังน้อย กลางทุ่งนา
ทำเอาหลายคน น้ำตาซึม! เมื่อศิลปินลูกทุ่งสาว ก้านตอง ทุ่งเงิน เผยความภูมิใจครั้งสำคัญ กับการเก็บเงินสร้างบ้านหลังเล็ก ๆ ให้ แม่สำราญ วัย 70 ปี ตั้งใจให้แม่มีห้องนอนอยู่กลางทุ่งนา และได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ซึ่งล่าสุดได้ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ให้คุณแม่สำราญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ณ บ้านสวนแม่สำราญ บ้านโนนค้อ อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี โดยเลือกวันที่ 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา เป็นฤกษ์สะดวกของครอบครัว สำหรับบรรยากาศงานขึ้นบ้านใหม่จัดกันแบบเรียบง่าย โดยช่วงเช้ามีการนิมนต์พระสงฆ์มาทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านและครอบครัว ก่อนจะมีวงดนตรีมาร่วมสร้างความบันเทิง ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความสุขของคนในครอบครัวและผู้มาร่วมงาน งานนี้ ก้านตอง ยังขอบคุณครอบครัว พี่ๆ น้องๆ ทุกคนที่คอยช่วยเหลือและสนับสนุน ทำให้งานผ่านไปได้ด้วยดี รวมถึงเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่ร่วมมอบของขวัญขึ้นบ้านใหม่ให้คุณแม่ อีกด้วย ก้านตอง กล่าวถึงความตั้งใจครั้งนี้ว่า ตั้งใจเก็บเงินมาสร้างบ้านหลังเล็กๆ หลังนี้ ให้คุณแม่ในช่วงที่แม่อายุ 70 ปี แม่คือความภูมิใจในวันนี้ ต่อไปแม่มีห้องนอนอยู่ท่งนาแล้ว แม่ลำบากมาหลายแล้ว ต่อไปนี้แม่ใช้ชีวิตให้มีความสุขกะพอแล้ว บ้านหลังนี้อาจเป็นเพียง บ้านหลังเล็ก ๆ ในสายตาของใครหลายคน แต่สำหรับก้านตองแล้ว นี่คือบ้านที่สร้างขึ้นจาก หยาดเหงื่อ เงินเก็บ ความรัก และความตั้งใจของลูกที่อยากตอบแทนแม่ เพราะสุดท้ายแล้ว... ความสำเร็จของลูก อาจไม่ใช่การมีบ้านหลังใหญ่ที่สุด แต่คือการได้เห็นแม่มีบ้านที่อบอุ่น และได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในวันที่ลูกมีกำลังพอจะดูแลแม่ได้
ข่าวบันเทิง • 3 วันที่แล้ว
เกม
Horse Tales: Emerald Valley Ranch
เกมนี้ถือเป็นเซอร์ไพรซ์ชั้นยอดสำหรับผู้ที่ชอบเกมแนวเลี้ยงม้า! แม้จะมีเป้าหมายเป็นผู้เล่นอายุน้อย แต่ก็เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการพักสมองและผ่อนคลายไปกับเกมแนวโอเพนเวิลด์ซึ่งเต็มไปด้วยบรรดาม้าแสนสวย โดยคุณสามารถดูแลม้าไปพร้อมๆ กับจัดการฟาร์มม้าสภาพทรุดโทรม ออกสำรวจภูมิทัศน์สุดตะการตา และสานสัมพันธ์กับเหล่าเพื่อนบ้าน
Blacknut • 21 ก.ค. 69
เกม
SAMUDRA
เกมสำรวจนี้ออกแบบเพื่อให้ตระหนักถึงมลพิษในทะเล พื้นที่เล่นคือทะเลลึกที่มีแมงกระพรุนและถุงพลาสติก ฉากต่างๆ วาดด้วยมือ ซึ่งสวยงามและดึงดูด ระบบนั้นผู้เล่นน่าใหม่สามารถเข้าใจได้ง่าย ซึ่งบรรยากาศของเกมนั้นราวกับอยู่ในความฝัน Samudra เป็นเกมประเภทบทกลอน นับได้ว่าเป็นเกมที่พาผู้เล่นดำดิ่งเข้าไปในเกม มีจุดหักมุมที่รออยู่ในเกม นับเป็นเกมเล็กๆ ที่น่าสนใจเกมหนึ่งเลย
Blacknut • 22 ก.ค. 69
อ่าน
บุลการี นำเสนอของขวัญวันแม่ เฉลิมฉลองสายสัมพันธ์ที่เชื่อมถึงกันจากรุ่นสู่รุ่น
เนื่องในโอกาสวันแม่ปีนี้ บุลการี (BVLGARI) เชิญ ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ เฟรนด์ออฟเดอะเฮ้าท์บุลการีประเทศไทย และคุณแม่ ก้อย-นฤมล มาร่วมเลือกสรรของขวัญที่เปี่ยมไปด้วยความหมายจากสองคอลเลคชั่นไอคอนิกอย่าง เซอร์เพนติ (Serpenti) และ ดีว่าส์ ดรีม (Divas' Dream) ถ่ายทอดความประณีตแห่งงานฝีมืออันเป็นเลิศด้วยชิ้นงานวัสดุโรสโกลด์ และการรังสรรค์ด้วยวัสดุล้ำค่าอย่างเพชรและมาเธอร์ออฟเพิร์ล (Mother-of-Pearl) สู่การแสดงความรักและส่งต่อคำอวยพรให้แก่กันที่ทุกชิ้นงานล้วนมีความหมายลึกซึ้งยิ่งกว่าการมอบของขวัญ โดยเป็นดั่งสัญลักษณ์แทนความผูกพัน ที่พร้อมเคียงข้างผู้สวมใส่ในทุกช่วงเวลาของชีวิต และเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักเหนือกาลเวลาที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เซอร์เพนติ: ของขวัญแทนการเติบโต และสายสัมพันธ์อันแข็งแกร่ง คอลเลคชั่น เซอร์เพนติ ก้าวขึ้นมาเป็นผลงานไอคอนิกของบุลการีนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1948 โดยได้ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งการเปลี่ยนผ่าน ความเข้มแข็ง และการเริ่มต้นใหม่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ขณะเดียวกัน งูยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ โชคลาภ และความมั่งคั่งตามความเชื่อของวัฒนธรรมไทย ทำให้ทุกชิ้นงานจากเซอร์เพนติ เป็นดั่งตัวแทนแห่งการปกป้อง ความรัก ความห่วงใย และคำอวยพรจากใจจริง สำหรับคอลเลคชั่น เซอร์เพนติ บุลการีได้คัดสรรเหล่าผลงานไอคอนิก เพื่อถ่ายทอดความรักอันมั่นคง ตั้งแต่ กำไลเซอร์เพนติ ไวเปอร์ (Serpenti Viper One-Coil Bracelet) และ แหวนเซอร์เพนติ ไวเปอร์ (Serpenti Viper One-Coil Ring) แบบหนึ่งเกลียว ในตัวเรือนโรสโกลด์ 18 กะรัต ด้วยดีไซน์ร่วมสมัยที่สามารถใส่ได้ทุกวัน ไปจนถึง สร้อยคอพร้อมจี้เซอร์เพนติ ไวเปอร์ (Serpenti Viper Pendant Necklace) และ ต่างหูห่วงเซอร์เพนติ ไวเปอร์ (Serpenti Viper Hoop Earrings) ที่เปล่งประกายด้วยการประดับเพชรแบบพาเว่ (Pav Diamonds) โดยทุกชิ้นงานได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของทุกช่วงเวลาในชีวิต พร้อมถ่ายทอดความหมายที่ลึกซึ้งและงดงาม นอกจากนี้ ยังมี นาฬิกาเซอร์เพนติ ทูโบกาส (Serpenti Tubogas Watch) เรือนเวลาที่หลอมรวมศิลปะแห่งเครื่องประดับชั้นสูงเข้ากับศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยความเรียบหรูซึ่งเปี่ยมด้วยเสน่ห์ดึงดูด และดีไซน์ที่สามารถนำมาตีความได้อย่างไร้ขีดจำกัด เซอร์เพนติ จึงเป็นผลงานไอคอนิคที่สามารถคงความร่วมสมัยที่โดดเด่นและงดงามเหนือกาลเวลา พร้อมสะท้อนความกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง และการก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอ ผ่านดีไซน์แบบโมดูลาร์ (Modular) ที่เปิดโอกาสให้ผู้สวมใส่สามารถสร้างสรรค์ จับคู่ หรือเลเยอร์เครื่องประดับได้อย่างอิสระ ทำให้ของขวัญจากคอลเลคชั่นนี้เป็นตัวแทนแห่งความสัมพันธ์และความรักระหว่างแม่กับลูก อันเปี่ยมด้วยความปรารถนาดี และเป็นแรงบันดาลใจในการก้าวไปสู่ทุกบทใหม่ของชีวิตด้วยความมั่นใจและความเข้มแข็ง ดีว่าส์ ดรีม: ของขวัญแทนความสง่างาม ความทุ่มเท และการปกป้อง คอลเลคชั่น ดีว่าส์ ดรีม ถ่ายทอดนิยามของความงามในแบบฉบับของบุลการี ผ่านรูปทรงพัดอันเป็นเอกลักษณ์ของเมซง นอกจากนี้ ยังเปี่ยมไปด้วยความหมายลึกซึ้งในวัฒนธรรมไทย จากความเชื่อที่ว่า รูปทรงพัด เป็นสัญลักษณ์แห่งการคุ้มกัน และคอยปัดเป่าสิ่งไม่ดี รวมทั้งนำพาความโชคดีมาสู่ผู้ครอบครอง พร้อมด้วยวัสดุล้ำค่าอันเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบอย่าง มาเธอร์ออฟเพิร์ล (Mother-of-Pearl) ที่เปล่งประกายอย่างนุ่มนวลดุจแพรไหม และเล่นแสงได้อย่างละเอียดอ่อน เมื่อถูกจับคู่กับตัวเรือนโรสโกลด์และรูปทรงโค้งมนที่รังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตในทั้งสองด้าน (Double-sided) ชิ้นงานจึงเปล่งประกายงดงามจากทุกมุมมอง คอลเลคชั่น ดีว่าส์ ดรีม ผสานความล้ำค่าเข้ากับดีไซน์ที่สวมใส่ง่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ถ่ายทอดความความเป็นหญิงที่เปี่ยมด้วยความอ่อนโยน ความอบอุ่น และสัญชาตญาณแห่งการปกป้อง สะท้อนถึงความรัก และความทุ่มเทของผู้เป็นแม่ได้อย่างงดงาม ผลงานจากคอลเลคชั่น ดีว่าส์ ดรีม ที่บุลการีคัดสรรมาสำหรับวันแม่นี้ ประกอบด้วย เครื่องประดับอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่สามารถสวมใส่ได้ทุกวัน อย่าง สร้อยข้อมือ ดีว่าส์ ดรีม (Divas' Dream Ring, Divas' Dream Soft Bracelet) และ สร้อยคอดีว่าส์ ดรีม ความยาวแบบสั้น (Divas' Dream Short Necklace) ในตัวเรือนโรสโกลด์ 18 กะรัต ประดับด้วยมาเธอร์ออฟเพิร์ลสีขาว นอกจากนี้ ยังมี สร้อยคอพร้อมจี้ ดีว่าส์ ดรีม (Divas' Dream Pendant Necklace) และ ต่างหูดีว่าส์ ดรีม (Divas' Dream Earrings) โดดเด่นด้วยทรงพัดที่ประดับเพชรบริลเลียนต์คัต (Brilliant-cut) โดยทุกชิ้นงานสะท้อนเอกลักษณ์แห่งความเป็นผู้หญิงผ่านงานฝีมืออันเป็นเลิศ พร้อมเติมเต็มความนุ่มนวลที่สง่างามให้ทุกลุค ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน หรือในโอกาสอันแสนพิเศษ เรือนเวลา บุลการี บุลการี: ของขวัญแห่งสายใยอันล้ำค่าและความอบอุ่น อีกหนึ่งผลงานที่เหมาะสมกับคอลเลคชั่น ดีว่าส์ ดรีม คือ เรือนเวลาจากคอลเลคชั่น บุลการี บุลการี (Bvlgari Bvlgari) ที่สะท้อนความงดงามและเสน่ห์แห่งประกายเหลือบอันอ่อนโยนและอบอุ่นของคอลเลคชั่น ผ่านการจับคู่กันอย่างประณีตระหว่างโรสโกลด์และหน้าปัดมาเธอร์ออฟเพิร์ลสีชมพูในดีไซน์แบบโมเสก (Mosaic) อันเป็นเอกลักษณ์ จึงทำให้ทั้งเครื่องประดับ ดีว่าส์ ดรีม และเรือนเวลา บุลการี บุลการี เป็นสัญลักษณ์แห่งการปกป้อง ความรัก ความทุ่มเท และสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ่งและพร้อมส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น ร่วมค้นพบ คอลเลคชั่น เซอร์เพนติ ดีว่าส์ ดรีม และ บุลการี บุลการี ได้ที่บูติกบุลการีทุกสาขา ที่ซึ่งความงดงามเหนือกาลเวลาสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันล้ำค่าที่สุดในชีวิต ผ่านผลงานเครื่องประดับที่สวมใส่ได้ทั้งในชีวิตประจำวัน และในโอกาสอันแสนพิเศษ
ข่าว • 6 วันที่แล้ว
เกม
Azkend 2: The World Beneath
ก้าวเข้าสู่การผจญภัยอันแสนวิเศษ! เพลิดเพลินไปกับการเล่นเกมจับคู่สามที่น่าตื่นตาตื่นใจและค้นพบหนึ่งในโลกที่น่าอัศจรรย์ที่สุดเท่าที่เคยจินตนาการมา ขณะเดินทางจากลิเวอร์พูลไปนิวยอร์กเรือของคุณถูกดึงลงมาเป็นมาเอลสตรอมขนาดใหญ่ คุณตื่นขึ้นมาในสถานที่ที่อาจไม่เคยถูกจ้องมองโดยสายตาของมนุษย์ เป้าหมายของคุณคือการขึ้นจากศูนย์กลางของโลกและหาทางกลับไปสู่อารยธรรม
Blacknut • 3 ส.ค. 69
เกม
GRUNND
เกมเนื้อเรื่องที่น่าติดตามอย่างแท้จริง มีฉากหลังเป็นโลกที่ผสมผสานความงดงามในสไตล์ของ David Lynch เข้ากับความไร้แก่นสารของ Kafka ที่แสดงผ่านงานศิลป์ที่วาดด้วยมือ คุณจะได้รับบทเป็นบุคคลนิรนามที่หลงเข้าไปในเมืองพิลึกชวนพิศวงชื่อว่า Bytown โดยทุกตัวเลือกบทสนทนาจะกำหนดชะตากรรมของคุณในระหว่างการเดินทางที่ต้องตกตะกอนความคิดอยู่ตลอดเวลา งานศิลป์ที่มืดมนและชวนหดหู่ใจภายในเกมถือว่างดงามมาก
Blacknut • 21 ก.ค. 69
อ่าน
BEEEF เปิดตัวโปรเจกต์ "BEEEF CUT" 5 วงอินดี้หน้าใหม่ไฟแรง ลุยตลาดเพลงไทยตลอดปี 2026
BEEEF ยูนิตเพลงอินดี้ป็อป ภายใต้การดูแลของทีม Artist Services จาก Believe ประกาศเปิดตัวโปรเจกต์แกะกล่องครั้งสำคัญ "BEEEF CUT" เฟ้นหาและผลักดันศิลปินอินดี้รุ่นใหม่ที่มีคุณภาพและเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่ดนตรีทางเลือกใหม่ พร้อมขับเคลื่อนวงการเพลงไทยตลอดปี 2026 ตอกย้ำ BEEEF ในฐานะศูนย์รวมความอร่อยทางดนตรี และเป็นผู้นำทางวัฒนธรรมดนตรี (Cultural Tastemaker) อย่างแท้จริง นำทีมคัดสรรและพัฒนาผลงานอย่างใกล้ชิดโดย "อู๋ ยศทร บุญญธนาภิวัฒน์" ตำแหน่ง Senior AR จาก BEEEF สำหรับชื่อโปรเจกต์ "BEEEF CUT" ได้รับการเปรียบเปรยเหมือนชิ้นส่วนของเนื้อในแต่ละส่วน (Cut) ที่แม้จะมีความแตกต่างกันทั้งรสสัมผัสและคาแรกเตอร์ แต่ทุกชิ้นส่วนล้วนมีความพิเศษและส่งมอบความอร่อยในตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ เช่นเดียวกับทิศทางดนตรีของวงอินดี้ไทยหน้าใหม่ในโปรเจกต์นี้ ซึ่งประกอบไปด้วย 5 วงดนตรี พร้อมปล่อยซิงเกิลติดกัน 5 วันรวด ให้ทุกคนได้ฟังกันแล้ว เริ่มจาก "Satellite." วงดูโอ้เสียงละมุน กับเพลง "Driving home to you" เพลงรักมู้ดเหงา ๆ ที่อยากให้ทุกคนได้ลองฟัง ชูจุดเด่นด้วยการร้องเพลงสากลศักยภาพระดับอินเตอร์ การันตีด้วยยอด Monthly Listeners สูงที่สุดในโปรเจกต์กว่า 7.3 หมื่นคนต่อเดือน ตามมาด้วย "Yellow Butter Cult" วงดนตรีจากมหาสารคาม กับเพลง "ความรัก ความปลอดภัย" เพลงที่จะพาทุกคนไปตามหาความหมายของความรัก นำทีมโดย "มิวสิค" ลีดเดอร์สุดครบเครื่อง เจ้าของเสียงร้องใหญ่ทรงพลัง ถ่ายทอดบทเพลงสไตล์ "เพื่อชีวิตยุค 2020" ด้วยเนื้อหาลึกซึ้งจนกลายเป็นเพลงขวัญใจสายแคมป์ปิ้ง ต่อด้วยศิลปินอย่าง "Memories can wait" กับเพลงป๊อบอย่าง "Not Surprised" โดดเด่นด้วยดนตรีฟังสนุกสุดแมส ศิลปินเดี่ยวหนึ่งเดียวในโปรเจกต์ ดีกรีมือกลองและน้องชายของศิลปินดัง "ตู่ ภพธร" โดดเด่นด้วยคาแรกเตอร์หล่อเท่พร้อมศักยภาพการเป็นโปรดิวเซอร์มือทอง และวง "Goofy Glasses" กับเพลง "ด้วยความมั่นใจที่มีอยู่น้อยนิด (at first sight)" เพลงป๊อบโซลที่เต็มไปด้วยกรูฟเท่ ๆ วงดูโอ้จากการรวมตัวของนักร้องและมือกลองระดับแบคอัพศิลปินชั้นนำ การันตีสกิลดนตรีระดับเทพกับเสียงร้องนุ่มลึกชวนเคลิ้ม สุดท้ายกับ "One Analog" กับ เพลง "เพลงง้อ" เพลงอินดี้ไทยสไตล์ยุค 2000 ที่ให้ความรู้สึกสนุกสนานฟังง่าย นำโดย "เบ๊บ" นักร้องนำเสน่ห์แรง และมือกลองสายเบื้องหลัง พร้อมมือกีตาร์ออร่าสไตล์หนุ่มหล่อที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร ความน่าสนใจที่ทำให้ "BEEEF CUT" เป็นโปรเจกต์อินดี้ที่แตกต่างและน่าจับตามองที่สุดในเวลานี้คือการชุบชีวิต Compilation Project ที่หายไปนานจากวงการเพลงไทย ให้กลับมาสร้างเสน่ห์ของการฟังเพลงแบบไร้ขอบเขตอีกครั้ง ควบคู่ไปกับการใช้กลยุทธ์แผนปล่อยเพลงเดือดต่อเนื่อง 5 วัน 5 เพลงรวด (5-Day Release Plan) ให้แฟนเพลงได้เต็มอิ่มกับอรรถรสทางดนตรีติดต่อกันแบบวันต่อวัน นอกจากนี้ยังเป็นการนำเสนอรสชาติดนตรี Indie Pop ที่ให้กลิ่นอายความคลาสสิกที่หลายคนโหยหา ขณะเดียวกันก็พร้อมนำเสนอความสดใหม่ให้แก่กลุ่มฟังเพลงรุ่นใหม่ยุค Gen Z ได้อย่างลงตัว "อู๋ ยศทร บุญญธนาภิวัฒน์" Senior AR ของ BEEEF เปิดเผยว่า "สำหรับ BEEEF CUT ทางทีมมีความตั้งใจที่จะทำลายกรอบเดิม ๆ ของการปล่อยเพลง การกลับมาทำ Compilation พร้อมแผนปล่อยเพลง 5 วันติด ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญ โดยศิลปินทั้ง 5 วงล้วนพกรสชาติดนตรี Indie Pop ที่หลายคนคิดถึงมาอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งหน้าที่สำคัญของ BEEEF ภายใต้ Believe Artist Services คือการพารสชาติอันยอดเยี่ยมเหล่านี้ไปเสิร์ฟให้ถึงหูคนฟัง และเชื่อมั่นว่านี่จะเป็นก้าวแรกที่พาเหล่าศิลปินหน้าใหม่ไปสู่การเซ็นสัญญาเป็นศิลปินเต็มตัวในอนาคตได้อย่างแน่นอน" ตอนนี้ทุกคนสามารถร่วมพิสูจน์รสชาติใหม่ของวงการอินดี้ป็อปไปกับโปรเจกต์ "BEEEF CUT" ได้แล้วตลอดปี 2026 ผ่านทุกช่องทางสตรีมมิ่งชั้นนำและรับชมมิวสิกวิดิโอได้บน YouTube : @BEEEFTH
ข่าวเพลงไทย • 1 วันที่แล้ว
อ่าน
"COSMOS" เขย่าไทเป เสิร์ฟโชว์สะกดอินเตอร์แฟนใน "COSMOS 1st Music Concert in Taipei"
อีกหนึ่งก้าวสำคัญของการผลักดัน T-POP ไทย สู่เวทีระดับนานาชาติ เมื่อเกิร์ลกรุ๊ป "COSMOS" จาก STAR HUNTER ENTERTAINMENT นำทีม 11 เมมเบอร์ "ปิ่น ดนิตา โชคธาดาภรณ์, อันดา อนันตา เตียวิรัตน์, ลูกแก้ว กมลลักษณ์ แสงทรัพย์สิน, นุ่น ธัญญพัทธ์ อินยาวิเลิศ, แพรวา พุทธิชา บุญมาศ, ซีนโฮ ดั่งตะวัน โฮ, อะตอม อภิชญา กำเนิดศิริกุล, เดวี่ เทวิยาภา อุทธจันทร์, เจนนี่ ภัทรวดี ฐิติวุฒิกุล, แพม พริมา เปี่ยมการุญรัตน์, ส้ม สุภัสสรณ์ สุริยกุล" จัดคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกในไต้หวัน กับ "COSMOS 1st Music Concert in Taipei" โดยมีแฟนคลับ Unimy ทั้งไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไทย และอีกหลายประเทศ เดินทางมาร่วมส่งกำลังใจ พร้อมร่วมสร้างค่ำคืนแห่งความทรงจำตลอดโชว์กว่า 2 ชั่วโมง ที่เต็มไปด้วยเสียงเชียร์ รอยยิ้ม และน้ำตาแห่งความสุขในโอกาสฉลองครบรอบ 3 ปีของวง COSMOS ณ WESTAR, Taipei ที่ผ่านมา ทันทีที่แสงไฟบนเวทีสว่างขึ้น พร้อมอินโทรสุดอลังการ จักรวาลของ "COSMOS" ก็เปิดฉากขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางโปรดักชัน แสง สี เสียง และวิชวลที่สะกดทุกสายตา ก่อนที่ทั้ง 11 สาว "COSMOS" จะทยอยปรากฏตัวด้วยความมั่นใจและพลังที่เปล่งประกาย เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นทั่วทั้งฮอลล์ตั้งแต่วินาทีแรก พร้อมพาแฟน ๆ ดื่มด่ำไปกับโชว์ที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ทั้งการร้อง การเต้น และการแสดงที่ถ่ายทอดเสน่ห์เฉพาะตัวของแต่ละเมมเบอร์ได้อย่างลงตัวบรรยากาศยิ่งทวีความคึกคัก เมื่อทั้ง 11 สาวชวนแฟน ๆ ร่วมร้องและเต้นไปกับเพลงฮิตของวงอย่าง "Youre My Universe" และ "ชอบใช่มะ! (YOU GET LUCKY)" ก่อนส่งต่อความสนุกกับการแสดงของยูนิต "COSMOS CYGNUS" นำโดย ซีนโฮ, อะตอม, เดวี่, เจนนี่, แพม และ ส้ม ที่ขนเพลง เฉี่ยว (Alone), แอบเผลอ (Untitled) และ Touch Too มาระเบิดความมันส์แบบไม่มีพักจากนั้นถึงคิวของยูนิต "COSMOS SUN" นำโดย ปิ่น, อันดา, ลูกแก้ว, นุ่น และ แพรวา ที่โชว์พลังการแสดงอย่างเต็มที่ ผ่านเพลง BABY RUN, ไม่เคยฝันดี (never) และ คิด(KISS)ถึง ถ่ายทอดทั้งความสดใส ความแข็งแรง และเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ จนแฟน ๆ ส่งเสียงเชียร์ตลอดทั้งคอนเสิร์ต บรรยากาศอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และโมเมนต์สุดอบอุ่น เมื่อเหล่าสมาชิกผลัดกันพูดคุย สื่อสาร และแบ่งปันเรื่องราวกับแฟน ๆ อย่างเป็นกันเอง สะท้อนให้เห็นถึงสายใยความผูกพันระหว่าง "COSMOS" และเหล่า Unimy ที่เติบโตเคียงข้างกันมาตลอด 3 ปี จากนั้นทั้ง 11 สาว "COSMOS" กลับมารวมตัวบนเวทีอีกครั้ง พร้อมถ่ายทอดซิงเกิลล่าสุด "ขออนุญาตชอบนะ (Excuse me)" อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของค่ำคืน คือเซอร์ไพรส์สุดพิเศษที่ "COSMOS" ตั้งใจเตรียมไว้เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 3 ปีของวง ด้วยการแปลงโฉมห่มสไบ โชว์ร้องและเต้นเพลง "Bangkok City" ของศิลปิน "KT Kratae" เรียกเสียงกรี๊ดและเสียงปรบมือดังทั่วทั้งฮอลล์ ก่อนเข้าสู่ช่วงท้ายของคอนเสิร์ตที่ "ทั้ง 11 เมมเบอร์ พร้อมใจกันกล่าว ขอบคุณเหล่า Unimy แฟนด้อมของ COSMOS ที่คอยสนับสนุนและเติบโตไปด้วยกันตลอด 3 ปี" จนหลายคนในฮอลล์กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรัก ความผูกพัน และความซาบซึ้ง ทิ้งไว้ซึ่งรอยยิ้มและความทรงจำอันแสนพิเศษให้กับแฟน ๆ ตลอดค่ำคืน ความสำเร็จของ "COSMOS 1st Music Concert in Taipei" ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ "COSMOS" บนเส้นทางศิลปิน และสะท้อนศักยภาพ T-POP ของศิลปินไทยที่สามารถก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติได้อย่างสง่างาม พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ STAR HUNTER ENTERTAINMENT ภายใต้การบริหารของ "โอ๋ ยชญ กรณ์หิรัญ" ประธานกรรมการ และ "เฟิร์ส ชนันตร์ ลาภอนันต์รุ่ง" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่มุ่งผลักดันศิลปินไทยสู่ตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายฐานแฟนคลับในระดับเอเชียให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ค่ำคืนที่ไทเปจึงไม่ได้เป็นเพียงคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกของ "COSMOS" เท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงศักยภาพของศิลปิน T-POP ไทย ที่พร้อมก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ และเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ "COSMOS" บนเส้นทางสู่การเติบโตในระดับเอเชีย ติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินนักแสดงจากออฟฟิเชียล STAR HUNTER ENTERTAINMENT ได้ทาง :Website | Facebook Fanpage | YouTube | Instagram | Twitter (X) | TikTok
ศิลปินไทย • 23 ก.ค. 69
อ่าน
AWC ผนึก EMM Williams Productions เปิดตัว “Avatar: Guardians of Eywa” ปี 2570
#ทันหุ้น - บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร มีความยินดีที่จะประกาศการลงนามความร่วมมือครั้งสำคัญกับ EMM Williams Productions เพื่อนำเสนอ Avatar: Guardians of Eywa ประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟภายใต้ลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ Avatar ของ James Cameron เป็นครั้งแรก ภายใต้รูปแบบความบันเทิงใหม่ล่าสุด The Magic Walk™ Experience ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น โดยความร่วมมือครั้งนี้ ช่วยเสริมศักยภาพให้ เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางระดับโลกด้านประสบการณ์ความบันเทิงที่ขับเคลื่อนด้วยทรัพย์สินทางปัญญา (Experience-led IP) ในภูมิภาค โดยผสานรวมร้านค้า ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์เข้าไว้ด้วยกันในที่เดียว เพื่อเป็นแพลตฟอร์มประสบการณ์ค้าปลีกระดับพรีเมียมอย่างครบวงจรโครงการ เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น เป็นส่วนหนึ่งของโมเดล AWC’s Lifestyle Destination ที่กำลังปรับโฉมครั้งใหญ่ เพื่อเป็นศูนย์รวมของร้านค้า วัฒนธรรม และความบันเทิงระดับโลก โดยการเปิดตัวประสบการณ์ล่าสุดนี้ จะมาเสริมทัพแลนด์มาร์กสำคัญอื่น ๆ อาทิ SkyFlyers: Wings of Garudapterus และ Better World Better Future สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในเจตนารมณ์ของ AWC ในการสร้างสรรค์ อนาคตที่ดีกว่า (Building Better Future) ผ่านการรังสรรค์เรื่องราวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความยั่งยืน ควบคู่ไปกับความบันเทิงในระดับสากลความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์การสร้างพันธมิตรระดับโลกของ AWC โดยผสานความเชี่ยวชาญของ EMM Williams Productions ผู้นำระดับโลกด้านประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟและโปรดักชันการแสดงขนาดใหญ่ เข้ากับความเชี่ยวชาญของ AWC ในการพัฒนาจุดหมายปลายทาง EMM Williams Productions เป็นที่รู้จักจากการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับแบรนด์และโปรดักชันระดับโลก อาทิ Live Nation, Fever Up และ Notre Dame de Paris โดยความร่วมมือครั้งนี้จะร่วมส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับที่คาดว่าจะดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกสู่ประเทศไทย พร้อมตอกย้ำสถานะของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนชั้นนำของโลกประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟบนพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตรนี้ จะพาผู้เยี่ยมชมทุกเพศทุกวัยเข้าสู่โลกแพนโดรา (Pandora) อันอุดมสมบูรณ์ที่เปล่งประกายด้วยพืชพรรณและสิ่งมีชีวิตเรืองแสง อันเป็นเอกลักษณ์ของแฟรนไชส์ Avatar ผลงานของ James Cameron พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ผ่านการเรียนรู้บทบาท ของชาวนาวีในฐานะ Guardians of Eywa ซึ่งสะท้อนคุณค่าของการเคารพธรรมชาติและความเชื่อมโยงของทุกสรรพชีวิตประสบการณ์นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากแฟรนไชส์ภาพยนตร์ระดับโลก Avatar ผลงานของ James Cameron ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะภาพยนตร์ไตรภาค ที่ทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาล ด้วยรายได้รวมกว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก ถ่ายทอดหนึ่งในเรื่องราวที่ผู้คนทั่วโลกชื่นชอบ สู่จุดหมายปลายทางที่ไม่เหมือนใคร ผ่านการผสานการเล่าเรื่องแบบอิมเมอร์ซีฟ การแสดงสดอันตระการตา ร้านอาหารภายใต้ธีมของเรื่อง ร้านค้า และประสบการณ์แบบอินเทอร์แอคทีฟ ไว้อย่างลงตัว ประสบการณ์นี้พร้อมก้าวขึ้นเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ และเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ยกระดับกรุงเทพฯ สู่จุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงระดับโลกdefaultเรื่องราวสุดพิเศษนี้ จะนำเสนออยู่ภายใน Blue Dome at Asiatique Destination ซึ่งออกแบบโดย Shigeru Ban สถาปนิกชาวญี่ปุ่นเจ้าของรางวัล Pritzker Prize ซึ่งเดิมถูกสร้างสรรค์ขึ้นสำหรับงาน Expo 2025 ที่ Osaka สถาปัตยกรรมโดดเด่นด้วยโครงสร้างไม้ไผ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 19 เมตร ผสานเข้ากับโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42 เมตร โครงสร้างที่มีน้ำหนักเบาและปราศจากเสาค้ำกลางนี้เป็นบทพิสูจน์ถึงการผสานวัสดุหมุนเวียนเข้ากับวิศวกรรมขั้นสูงได้อย่างลงตัว เพื่อสร้างสรรค์ผลงานสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นทั้งในด้านนวัตกรรมความแข็งแกร่งและความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นับเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงนอกเหนือจากการเป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์แห่งใหม่ Blue Dome at Asiatique Destination ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของ AWC ในการสร้างนิยามใหม่ให้กับการพัฒนาจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืน ด้วยการนำแลนด์มาร์กสำคัญจากงาน Expo 2025 มาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มแทนการก่อสร้างใหม่ โครงการนี้ จึงเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ AWC ในการสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่า (Building Better Future) ผ่านการส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ชุมชน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นต่อไปนางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า: “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ประกาศความร่วมมือกับ EMM Williams Productions ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของวิสัยทัศน์ที่เรามีร่วมกันในการสร้างสรรค์จุดหมายปลายทางที่มอบประสบการณ์อันมีเอกลักษณ์และเปี่ยมด้วยความหมาย ผ่านการผสานการแสดงสดและความบันเทิงจากทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ระดับโลก เข้ากับการชอปปิ้ง ไลฟ์สไตล์ และแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่นdefaultการนำ Avatar: Guardians of Eywa มาถ่ายทอดด้วยเรื่องราวการดูแลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ แต่เป็นการสร้างแลนด์มาร์กที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้มาเยือนได้ตระหนักถึงคุณค่าของโลกและธรรมชาติ นี่คือการขับเคลื่อนพันธกิจ Building Better Future ของ AWC ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการนำเสนอความบันเทิงและการสร้างสรรค์ของ EMM Williams Productions ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำการแสดงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ระดับโลก ในรูปแบบอินเทอร์แอคทีฟ และอิมเมอร์ซีฟ ที่ถ่ายทอดแนวคิดด้านความยั่งยืน พร้อมสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชนท้องถิ่น เสริมศักยภาพอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย และมอบความประทับใจที่น่าจดจำแก่ผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก”นายอองตวน ฮาสวานี ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ EMM Williams Productions กล่าวว่า: “พวกเรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ Avatar: Guardians of Eywa ประสบการณ์ Magic Walk™ แห่งแรก เตรียมเปิดตัวในประเทศไทย พร้อมนำเสนอรูปแบบความบันเทิงแห่งอนาคตที่จะมาสร้างนิยามประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟไปอีกขั้น ด้วยการผสานการเล่าเรื่อง การเดินทางผ่านโลกแห่งการผจญภัยที่เต็มไปด้วยประสบการณ์สุดตระการตา และการแสดงกายกรรมสด เรื่องราว Guardians of Eywa ซึ่งสร้างสรรค์โดย EMM ถ่ายทอดให้ผู้ชมก้าวเข้าสู่ใจกลางของเรื่องราว และร่วมออกเดินทางสู่โลกแห่งความฝันที่ดำเนินไปแบบเรียลไทม์ เป็นประสบการณ์ที่สามารถสัมผัสได้เฉพาะการเข้าชมจริงเท่านั้น การมีส่วนร่วมของผู้ชมทุกคนคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ประสบการณ์ครั้งนี้มีเอกลักษณ์และสร้างความประทับใจเหนือความบันเทิงในรูปแบบเดิม ๆ”ทั้ง AWC และ EMM Williams Productions ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่นำเสนอความงดงามของโลกใบนี้ พร้อมส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก
ทันหุ้น • 10 ก.ค. 69
เกม
Wobbly Life
Wobbly Life เป็นเกมแซนด์บ็อกซ์แบบโอเพ่นเวิลด์ที่ใช้หลักฟิสิกส์ เล่นกับเพื่อน ๆ ในโหมดร่วมมือกันแบบโลคอล และค้นพบงานที่น่าตื่นเต้น มินิเกม และภารกิจสุดฮาไปด้วยกัน หาเงินเพื่อซื้อเสื้อผ้า ยานพาหนะ และบ้าน มีอะไรให้สำรวจมากมาย!
Blacknut • 22 ก.ค. 69
อ่าน
เปิดประสบการณ์ Canadian City Series จาก Tim Hortons สัมผัสรสชาติ แห่ง Victoria และ Montréal ในทุกแก้ว
Tims Hortons (ทิม ฮอร์ตันส์) ชวนคนรักกาแฟสัมผัสความพิถีพิถันในการรังสรรค์กาแฟสัญชาติแคนาดา ผ่านแคมเปญ Canadian City Series: Canada Is Calling Again! ที่นำแรงบันดาลใจจาก 2 เมืองแลนด์มาร์กชื่อดังของแคนาดาอย่าง Victoria(วิกตอเรีย) และ Montral(มอนทรีออล) มารังสรรค์เป็นเมนูเครื่องดื่มและ Coffee Timbits 5 รสชาติใหม่ ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของแต่ละเมืองผ่านรสชาติ กลิ่นหอม เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ให้คอกาแฟได้ออกเดินทางสู่แคนาดาผ่านทุกแก้วและทุกคำในแบบฉบับของทิม ฮอร์ตันส์ โดยแคมเปญนี้ถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของแต่ละเมืองผ่านรสชาติ กลิ่นหอม และองค์ประกอบของเมนูที่แตกต่างกัน เริ่มจาก Victoria เมืองริมทะเลที่เต็มไปด้วยความงดงาม เสน่ห์ และบรรยากาศอันอบอุ่น สู่ Montral เมืองที่ผสานกลิ่นอายความเป็นฝรั่งเศสเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว โดย Tim Hortons นำเอกลักษณ์ของทั้งสองเมืองมาเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์เมนูพิเศษ ให้เครื่องดื่มทุกแก้วและ Timbits ทุกคำ ได้พาคอกาแฟมาสัมผัสประสบการณ์แห่งรสชาติที่เหมือนได้ออกเดินทางสู่แคนาดา เริ่มต้นด้วยเครื่องดื่ม VICTORIA TIRAMISU LATT ลาเต้รสละมุนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเค้กทีรามิสุ ผสานเอสเปรสโซ นม และโคลด์โฟมเนื้อนุ่ม พร้อมเลดี้ฟิงเกอร์และช็อกโกแลตที่ช่วยเติมมิติของรสชาติและความหอมในทุกครั้งที่ดื่ม ให้ความรู้สึกนุ่มนวล ผ่อนคลาย และอบอุ่นในแบบเมือง Victoria ขณะที่ MONTRAL PECAN ALMOND LATT สะท้อนเสน่ห์ของเมือง Montral เมืองที่ผสมผสานความคลาสสิกและความร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านลาเต้รสนุ่มกลมกล่อม โดดเด่นด้วยครีมโฟมพีแคนเคลือบคาราเมล ผสานความเข้มของเอสเปรสโซ และความหอมของไซรัปพีแคนได้อย่างลงตัว มอบรสชาติที่มีมิติ หอมเข้ม และน่าค้นหา เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ของคนรักกาแฟ Tim Hortons ยังต่อยอดความอร่อยของ Canadian City Series ด้วย Timbits กาแฟ 5 รสชาติใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรสชาติกาแฟและขนมยอดนิยม ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบ Timbits คำพอดีอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เหมาะสำหรับรับประทานคู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรดในทุกช่วงเวลาของวัน นำโดย Tiramisu Timbits ทิมบิตส์เนื้อเค้กรสกาแฟชุบไวท์ช็อกโกแลต โรยผงโกโก้และเมล็ดกาแฟ ให้กลิ่นอายของขนมทีรามิสุสุดคลาสสิก ขณะที่ Toffee Nut Almond Coffee Timbits โดดเด่นด้วยความหอมหวานของทอฟฟี่นัทและอัลมอนด์เคลือบน้ำตาล เพิ่มสัมผัสกรุบกรอบในทุกคำ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติเข้มข้น อย่าง Mocha Timbits มาพร้อมการผสานรสชาติกาแฟและช็อกโกแลตได้อย่างลงตัว ส่วน Biscoff Coffee Timbits เติมความโดดเด่นด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัวของบิสคอฟและคุกกี้บิสคอฟที่โรยอยู่ด้านบน ปิดท้ายด้วย Almond Hazelnut Coffee Timbits ที่ผสานความหอมของเฮเซลนัท ช็อกโกแลต และอัลมอนด์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว มอบรสชาติที่นุ่มละมุนและกลมกล่อมในทุกคำ Canadian City Series จึงเป็นการผสานเรื่องราวของเมือง วัฒนธรรม และกาแฟเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสเสน่ห์ของแคนาดาผ่านรสชาติ พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ที่น่าประทับใจในทุกแก้วและทุกคำของ Coffee Timbits พิเศษ! เมื่อซื้อ Canadian City Series Set รับทันที 1 สิทธิ์ ลุ้นบินตรงสู่แวนคูเวอร์* กับ Air Canada บนเส้นทางบินตรงตลอดปี พร้อมของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 170,000 บาท ประกอบด้วย รางวัลที่ 1 ตั๋วเครื่องบินไปกลับ ชั้น Economy เส้นทางกรุงเทพฯแวนคูเวอร์ จำนวน 2 ที่นั่ง มูลค่ารวม 142,000 บาท รางวัลที่ 2 Lululemon Gift Card มูลค่า 2,000 บาท จำนวน 5 รางวัล รางวัลที่ 3 Tim Hortons Merchandise Set จำนวน 10 รางวัล และรางวัลที่ 4 Tim Hortons Voucher มูลค่า 500 บาท จำนวน 10 รางวัล สามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 กรกฎาคม 2569 *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด *อ่านรายละเอียดและเงื่อนไขกิจกรรมได้ที่ https://tinyurl.com/khnzk3k4 พบกับ Canadian City Series ได้แล้ววันนี้ 31 กรกฎาคม 2569 ที่ Tim Hortons ทุกสาขา และผ่านช่องทางเดลิเวอรี่ LINEMAN: https://lineman.onelink.me/1N3T/f37eziy6, ShopeeFood: https://rb.gy/6ucekg และ GrabFood: https://grb.to/4ntbRo8
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 6 ก.ค. 69
วิวสะพานเมือง
วิวสะพานเมือง
shizuka03 • 2 ธ.ค. 68
อ่าน
โลตัส พลัส อุดร เปิดประสบการณ์ใหม่แห่งความม่วน ผสาน HAPPY MALL และ PLUS HAPPY EXPERIENCE
แม็คโครโลตัส เปิดตัวโลตัส พลัส อุดรแลนด์มาร์กไลฟ์สไตล์และประสบการณ์แห่งใหม่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภายใต้แนวคิดHAPPY MALLพื้นที่ความสุขของชุมชนพร้อมนำเสนอ PLUSHAPPY EXPERIENCEโมเดลประสบการณ์ศูนย์การค้ารูปแบบใหม่ที่ผสานการชอปปิง ร้านอาหาร ความบันเทิง การพักผ่อน และกิจกรรมชุมชนเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบวงจร เพื่อสร้างLifestyle Experience Destinationที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ในทุกมิติ ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจากนายราชันย์ ซุ้นหั้วผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนางสาวเบญจวรรณ อ่องศรีประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจศูนย์การค้า และนายกฤษณ์ อรวีระกุลผู้อำนวยการศูนย์การค้าโลตัส พลัส อุดร ร่วมให้การต้อนรับ โลตัส พลัส อุดรถ่ายทอดแนวคิด Fun and Energize -ม่วน คอมมูนิตี้ผ่านการนำเสน่ห์ความ ม่วน อันเป็นเอกลักษณ์ของวิถีชีวิตอีสานมาผสานเข้ากับทุกพื้นที่และทุกประสบการณ์ภายในโครงการ เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุข ความสนุก และการมีส่วนร่วมของผู้คนทุกวัย โดยแนวคิดPLUSHAPPY EXPERIENCEขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่PLUS HAPPY CURATED OFFERINGS, PLUS HAPPY MOMENTS EXPERIENCES, PLUS HAPPY COMMUNITY-CENTRICและPLUS HAPPY VALUE PRIVILEGESครอบคลุมทั้งการเติมเต็มสินค้าและบริการใหม่ ๆ การสร้างกิจกรรมและประสบการณ์ที่หลากหลาย การเป็นศูนย์กลางชุมชนสำหรับทุกคน พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าตลอดทั้งปี เพื่อให้ทุกการมาเยือนเต็มไปด้วยความสุข ความสะดวก และความประทับใจ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการรวบรวมร้านค้า ร้านอาหาร และแบรนด์ชั้นนำที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อม แบรนด์ที่เปิดให้บริการครั้งแรกในภาคอีสาน รวมทั้งในจังหวัดอุดรธานี อาทิAdidas Outlet, Jetts Fitness, Pilates by Fitness Plus, Lucky BBQ, Lucky Suki March, The Steak MoreและKAMUรวมถึงBar B Q Plazaสาขาแรกในภาคอีสานที่เปิดให้บริการถึงตี 2 ทุกวัน นอกจากนี้ ยังออกแบบพื้นที่ให้เป็นCommunity Center for Allหรือศูนย์กลางชุมชนแห่งใหม่สำหรับทุกคน รองรับทุกวัยและทุกไลฟ์สไตล์ ภายใต้แนวคิดUniversal Designพร้อมพื้นที่สำหรับครอบครัว เด็ก สัตว์เลี้ยง และกิจกรรมชุมชน อาทิ โฮมฮอลล์ พื้นที่ไลฟ์สไตล์ในร่ม ลานโสเหล่ พื้นที่กิจกรรมและพบปะสังสรรค์ ลานหน้าฮ้าน พื้นที่สีเขียวเพื่อการพักผ่อน ลานหน้าเฮือน พื้นที่กิจกรรมกลางแจ้ง และ ลานบัวแดง โซนสนามเด็กเล่นและความสนุกสำหรับครอบครัว โลตัส พลัส อุดรยังรวบรวมร้านดังและHidden Gemsจากทั้งในและนอกพื้นที่ไว้ในที่เดียว อาทิAll Around Caf, Better Half, Milk Craft, Cocoa Better, Monnaie, Time Square, Boy Baker, Jolie, SIRI GRACEและPRW Radiant Accessoriesสร้างสีสันใหม่ให้กับวงการรีเทลของจังหวัดอุดรธานี พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเติบโตไปพร้อมกับชุมชน การเปิดตัวโลตัส พลัส อุดรในครั้งนี้ สะท้อนการยกระดับบทบาทของโลตัสจากศูนย์การค้าสู่จุดหมายแห่งการใช้ชีวิตและประสบการณ์แห่งใหม่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมส่งมอบทุกความสุขผ่านแนวคิดHAPPY MALLพื้นที่ความสุขของชุมชน และสร้างประสบการณ์แห่งความ ม่วน ในทุกมุมของการใช้ชีวิตให้กับผู้คนทุกเจเนอเรชัน ถือเป็นก้าวสำคัญของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการขยายโมเดลHAPPY MALLผ่าน 4 แกนหลัก (Food Destination, Lifestyle, Wellness, Sustainability)เพื่อส่งมอบประสบการณ์และเป็นพื้นที่ความสุขของชุมชนที่ดียิ่งขึ้น สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการเป็นผู้นำค้าส่งค้าปลีกของอาเซียน และแพลตฟอร์มแห่งโอกาสที่เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ชุมชน และผู้บริโภค ให้เติบโตไปร่วมกันอย่างยั่งยืน
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 1 ก.ค. 69
อ่าน
"SCRUBB" จับมือออร์เคสตร้า 72 ชีวิต เนรมิตคอนเสิร์ตใหญ่ ฉลองเส้นทางดนตรี 26 ปี
จบลงอย่างงดงามกับ SCRUBB The Orchestra Concert: The First-Ever Collaboration คอนเสิร์ตครั้งสำคัญของดูโอ้อินดี้ป็อปขวัญใจแฟนเพลงชาวไทย SCRUBB ที่เปิดประสบการณ์ทางดนตรีครั้งใหม่ผ่านการร่วมงานกับวงออร์เคสตร้ากว่า 72 ชีวิต ภายใต้การเรียบเรียงโดย ผศ.ดร.ธนพล เศตะพราหมณ์ (อาจารย์ออม) ณ มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 2728 มิถุนายน 2569 ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ชมทั้งสองรอบการแสดง คอนเสิร์ตครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ SCRUBB ที่นำบทเพลงตลอดเส้นทางกว่า 26 ปี มาตีความใหม่ในรูปแบบออร์เคสตร้า เติมเต็มทุกบทเพลงให้มีมิติที่ยิ่งใหญ่ ละเมียดละไม และเปี่ยมไปด้วยรายละเอียดทางดนตรี พาผู้ชมเดินทางผ่านเรื่องราวของความรัก ความคิดถึง การเติบโต และช่วงเวลาต่าง ๆ ที่หล่อหลอมให้วงเป็น SCRUBB ในวันนี้ การแสดงเปิดฉากด้วยบทเพลง Overture ที่หยิบเมโลดี้จากเพลงของวงมาร้อยเรียงเป็นบทบรรเลง ก่อนที่ SCRUBB จะปรากฏตัวพร้อมเพลงฮิตอย่าง "ใกล้", "รอยยิ้ม" และ "คนนี้" สร้างบรรยากาศอันอบอุ่นและโรแมนติก ชวนผู้ชมค่อย ๆ ดื่มด่ำไปกับความสุขของการตกหลุมรัก เมื่ออารมณ์ของการแสดงค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านสู่ช่วงแห่งความคิดถึงและการเติบโต วงได้หยิบบทเพลงหลายเพลงที่แทบไม่เคยนำกลับมาเล่นบนเวทีอีกเลย จนบางเพลงก็ลืมไปแล้วว่าเป็นเพลงของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น "ลืม", ให้เธอ, "ลอย", ขอ ถ่ายทอดความเปราะบางและความหวังในเวอร์ชันออร์เคสตร้าที่งดงามและแตกต่างจากที่แฟนเพลงคุ้นเคย ครึ่งหลังของการแสดงเริ่มต้นด้วยบทบรรเลง "Good Morning" และ "The Picnic Song" ก่อนเชื่อมเข้าสู่ "เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ" บทเพลงต้นฉบับของวงเฉลียงที่ถูกนำมาตีความใหม่อย่างละเมียดละไม ต่อด้วย "คำตอบ" และ "หนี" ที่เสียงร้องและเสียงดนตรีส่งอารมณ์ได้อย่างเข้มข้น ขณะที่อีกหนึ่งช่วงไฮไลต์คือ "เพลงนั้นยังอยู่" ในเวอร์ชันอะคูสติก ซึ่งเหลือเพียงบอลและเมื่อยบนเวที ถ่ายทอดเสน่ห์ของบทเพลงอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลัง อีกหนึ่งสีสันของค่ำคืนคือ "ดอกไม้ (Let It Flow) feat. Aheye 4EVE" ที่ได้ Millie Snow ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมถ่ายทอดแทนต้นฉบับ พร้อมทีมนักร้องประสานเสียงที่ช่วยเติมเต็มมิติของเพลงให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ช่วงท้ายของคอนเสิร์ตพาผู้ชมสนุกไปกับเมดเลย์เพลง "พอ", "กลัว", "มอง", "เก็บมันเอาไว้" และ "เก็บไว้กับเธอ" ก่อนส่งต่อสู่ "See Scape" บทเพลงที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์และแรงกดดันของการเป็นนักดนตรี ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของวง จากนั้นจึงปิดท้ายด้วยเมดเลย์ "ลึกลึก (Deep)", "ฝน", "คู่กัน", "ทุกอย่าง", "เวลา" และ "ฟ้า" ก่อนส่งทุกคนกลับบ้านด้วย "เข้ากันดี" ท่ามกลางทะเลดาวที่ส่องสว่างทั่วทั้งฮอลล์ สร้างภาพความทรงจำอันงดงามให้กับผู้ชมทุกคน SCRUBB กล่าวว่า "คอนเสิร์ตครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีทุกคนที่อยู่เบื้องหลัง ต้องขอขอบคุณอาจารย์ออมและทีมอาจารย์ผู้เรียบเรียงดนตรี ที่ช่วยทำให้บทเพลงของพวกเรามีมิติใหม่ ๆ มากขึ้น ขอบคุณวงออร์เคสตร้ากว่า 72 ชีวิต กลุ่มนักร้องประสานเสียง และนักดนตรีทุกคนที่ร่วมสร้างค่ำคืนอันแสนพิเศษนี้ ขอบคุณน้อง ๆ นักศึกษาจากสาขาวิชาธุรกิจดนตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ทุ่มเทและได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานตั้งแต่เริ่มต้นโปรเจกต์ รวมถึงทีมงานทุกฝ่ายที่อยู่เบื้องหลังการทำงานอย่างหนัก สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณ บริษัท Bassline Entertainment ภายใต้บริษัท Plan B ในฐานะผู้อำนวยการจัดงาน ตลอดจนผู้สนับสนุนและพาร์ตเนอร์ทุกภาคส่วน รวมถึง Universal Music Thailand บ้านของพวกเรา ที่คอยสนับสนุนและเชื่อมั่นในพวกเรามาโดยตลอด และที่สำคัญที่สุด ขอบคุณแฟนเพลงทุกคน ถ้าไม่มีพวกคุณที่คอยอยู่เคียงข้างและสนับสนุนพวกเรามาตลอด ก็คงไม่มี SCRUBB ที่เดินทางมาถึงปีที่ 26 ได้ ขอบคุณที่มาร่วมสร้างความทรงจำไปด้วยกันในคอนเสิร์ตครั้งนี้ เพราะกำลังใจจากทุกคนคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ SCRUBB The Orchestra Concert: The First-Ever Collaboration เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ และกลายเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่พวกเราจะไม่มีวันลืม" SCRUBB The Orchestra Concert: The First-Ever Collaboration นำบทเพลงของ SCRUBB มาบรรเลงร่วมกับวงออร์เคสตร้าสุดยิ่งใหญ่ ที่นอกจากจะเพิ่มมิติให้กับบทเพลงจนออกมาในรูปแบบพิเศษที่แฟน ๆ ไม่เคยสัมผัสมาก่อนแล้ว ยังช่วยรื้อฟื้นความทรงจำของทั้งศิลปินและผู้ฟัง ผ่านการตีความบทเพลงใหม่ในมิติที่ลึกซึ้งกว่าเดิม พร้อมปิดฉากสองค่ำคืนแห่งความประทับใจด้วยเสียงปรบมือกึกก้อง และความทรงจำที่ยังคงอยู่ในใจของทุกคน แล้วอย่าลืมพบกันในคอนเสิร์ตครั้งใหญ่เต็มรูปแบบของ SCRUBB ตามคำเรียกร้องของทุกคน ในวันที่ 19 มิถุนายน 2570 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเร็ว ๆ นี้
ศิลปินไทย • 30 มิ.ย. 69
อ่าน
Meowstead เกมสุดชิลภาพน่ารักที่จะให้เราได้มาตกแต่งบ้าน ปรุงอาหารหาเงิน และใช้ชีวิตท่ามกลางเจ้านายขนฟูที่เมืองติดริมทะเล!
เกมนี้บอกเลยว่าเหล่าทาสแมวห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง! กับ Meowstead เกมสุดแสนน่ารักจาก Meowstead Team ที่ตัวเกมนั้นจะให้เราได้มาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเหล่าแมวเหมียว ปรุงอาหารแสนอร่อย และตกแต่งบ้านในเมืองติดริมทะเลอันงดงาม โดยในตอนนี้ตัวเกมนั้นก็มีหน้าบนสโตร์ Steam แล้ว ทว่าก็ยังไม่มีการเผยถึงกำหนดการวางจำหน่ายออกมาแต่อย่างใด รวมถึงไม่มีการเผยว่าจะมีแผนวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มอื่นด้วยหรือไม่ โดยใครที่สนใจนั้นสามารถเข้าไปกด Wishlist กันไว้ก่อนได้เลยMeowsteadเกมสุดแสนน่ารักที่จะมาพาเราไปใช้ชีวิตอยู่กับเหล่าแมวเหมียว หาเงินด้วยการปรุงอาหารอร่อยหลากชนิดหลายรูปแบบ และตกแต่งบ้านในแบบของตัวเอง และพาตัวเองไปร่วมปฏิสัมพันธ์กับเหล่าชาวบ้านผู้อาศัยอยู่ในเมืองอันงดงาม และสัมผัสช่วงเวลาของฤดูกาลทั้งสี่ผู้เล่นจะได้มาสวมบทบาทเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองติดริมทะเล ที่ถูก "ผีแมว" หลอกให้มาช่วยรับมือกับสภาพอากาศที่แสนโหดร้าย และหาทางซ่อมแซมบ้านทรุดโทรมที่ต้องสาป ผู้เล่นจะได้มาซื้อเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ครัวต่าง ๆ จากในเมือง รวบรวมวัตถุดิบจากธรรมชาติ และลงมือปรุงอาหารนานาชาติหลากชนิดเพื่อหาเงินนอกจากนั้นแล้วผู้เล่นยังสามารถรับเลี้ยงเหล่าแมวจรจัด มอบบ้านอันแสนอบอุ่นให้กับพวกมัน และเหล่าแมวเหมียวนั้นก็จะกลายมาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญให้กับเราในเมืองอันแสนงดงามนี้ ผู้เล่นจะได้มาค้นพบสูตรอาหารที่สูญหาย รวบรวมสะสมเครื่องครัว กระชับมิตรกับเหล่าชาวเมือง ซ่อมแซมสร้างบ้านขึ้นใหม่ไปด้วยกัน และสัมผัสฤดูกาลที่ผันเปลี่ยนใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปกด Wishlist ตัวเกมได้ที่ลิงก์ด้านล่าง
Online Station • 18 มิ.ย. 69
อ่าน
Nike Goal-Dang ป๊อปอัพสโตร์ ปักหมุดทรงวาด เนรมิตรันเวย์ใจกลางย่านเมืองเก่า
เมื่อย่านทรงวาดได้ วาดเขียน เรื่องราวฉบับใหม่ผ่านทุกตรอกซอกซอยและร้านรวงในย่านประวัติศาสตร์ พร้อมเนรมิตทั้งย่านให้กลายเป็นรันเวย์ ที่ซึ่งฟุตบอล แฟชั่น และสตรีทคัลเจอร์มาบรรจบกันอย่างน่าอัศจรรย์ ทันทีที่มหกรรมฟุตบอลระดับโลกได้เปิดฉากขึ้น โมเดลทั้ง 40 คนได้ปรากฏตัวอย่างแนบเนียนไปตามถนนสายสำคัญของย่านทรงวาด โดยแต่ละคนมาในลุคที่รังสรรค์ขึ้นจากเสื้อฟุตบอลของ Nike ในรูปแบบเฉพาะตัว ซึ่งหลอมรวมกีฬา แฟชั่น และวิถีชีวิตคนเมืองเข้าไว้ด้วยกัน ท่ามกลางสีสันและความคึกคักของเมืองหลวง แขกผู้มีเกียรติจากแวดวงฟุตบอลและวงการแฟชั่นของกรุงเทพฯ ได้ร่วมออกเดินทางบนขบวนตุ๊กตุ๊กที่เคลื่อนผ่านย่านทรงวาด เพื่อสัมผัสประสบการณ์รันเวย์ที่ถักทอไปทั่วทั้งย่าน ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยโชว์สุดเซอร์ไพรส์ เมื่อโมเดลทั้งหมดมารวมตัวกันบนท้องถนนในรันเวย์ที่ปรากฏขึ้นอย่างไม่คาดคิด เปลี่ยนย่านทรงวาดให้กลายเป็นไนกี้รันเวย์กลางแจ้งแห่งวัฒนธรรมฟุตบอล เบื้องหลังการเนรมิตย่านทรงวาดให้กลายเป็นรันเวย์ครั้งนี้คือ Nike Goal-Dang (ไนกี้ โกลดัง) ป๊อปอัพสโตร์ที่หลอมรวมวัฒนธรรมฟุตบอลเข้ากับอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแคมเปญ Rip the Script ของ Nike Football ที่เฉลิมฉลองคนรุ่นใหม่ผู้กล้าฉีกกรอบแบบเดิม ๆ และนิยามการเล่นฟุตบอลในแบบของตนเองขึ้นใหม่ สำหรับกรุงเทพฯ แนวคิดดังกล่าวถูกตีความผ่านมุมมองเฉพาะตัวที่หล่อหลอมจากงานคราฟต์ พลังของสตรีทคัลเจอร์ และความคิดสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ของย่านทรงวาด ไนกี้ โกลดัง ถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวผ่านการผสมผสานเสน่ห์ดั้งเดิมและพลังความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัยของย่านทรงวาด โดยไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายสำหรับการช้อปปิ้ง แต่เป็นประสบการณ์ที่ชวนให้ผู้คนได้เข้ามาสัมผัสวัฒนธรรมฟุตบอลท่ามกลางงานคราฟต์ สตรีทคัลเจอร์ และสีสันของชุมชนในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของย่านแห่งนี้ อีกจุดเด่นของ ไนกี้ โกลดัง คือความร่วมมือระหว่าง Nike กับศิลปินและนักออกแบบท้องถิ่น ที่มาร่วมกันตีโจทย์กีฬาฟุตบอลผ่านมุมมองด้านศิลปะในแบบของตัวเอง โดยศิลปินที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้รวมถึง IWANNABANGKOK, Smile Club Thailand, O Thongchai, Teerapon Sisung และ Ladderice ที่แต่ละคนได้นำเอามุมมองที่แตกต่างในแบบของตัวเองมาเล่าเรื่องราวของฟุตบอล ผสานความเป็นไทย และงานฝีมืออันประณีตไว้อย่างลงตัว หนึ่งในผลงานไฮไลต์ที่แสดงอยู่ภายใน ไนกี้ โกลดัง คือชุดคัสตอมที่ IWANNABANGKOK เป็นผู้สรรค์สร้างโดยนำเอารองเท้าสตั๊ดฟุตบอลรุ่นยอดนิยมอย่าง Nike Mercurial Vapor มาทำเป็นชุดคัสตอมดีไซน์พิเศษ โดยได้ศิลปินไทยที่โด่งดังระดับโลกอย่าง LISA มาสวมใส่ในภาพยนตร์สั้น Rip the Script ซึ่งเป็นการโชว์ความสามารถของศิลปินไทยบนเวทีระดับโลกอย่างแท้จริง ไนกี้ โกลดังไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่บนถนนทรงวาด แต่เป็นที่ที่คำว่าฟุตบอลไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสนาม แต่คือส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนและชุมชน ที่มาร่วมกันเพื่อสร้างวัฒนธรรมของกีฬาฟุตบอลในทุก ๆ วัน ตลอดช่วงเวลาของกิจกรรม ไนกี้ โกลดัง ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อปเพื่อสนุกไปกับโลกของวัฒนธรรมฟุตบอลที่เผยแพร่ผ่านมุมมองด้านศิลปะของศิลปิน และนักออกแบบคนไทย นำโดยศิลปินนักออกแบบตัวอักษรชื่อดังอย่าง คุณ แม่น จิรวัฒน์ ศรีเลื่อนสร้อย มาเป็นผู้จัดกิจกรรม THAIPOGRAPHY เพื่อสร้างสรรค์งานร่วมสมัยในการตีความศิลปะตัวอักษรไทย นำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่านงานออกแบบกราฟิกและการเล่าเรื่องด้วยภาพ เวิร์คช็อปจาก Ladderice ครีเอทีฟ สตูดิโอชื่อดัง ที่นำเอาวัฒนธรรมฟุตบอลมาผสานกับแฟชั่น และเทคนิคการพิมพ์ด้วยสไตล์การพิมพ์ที่เป็นซิกเนเจอร์อย่างเทคนิค Blueprint Cyanotype นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์คช็อป Copper Weaving โดยคุณธีรพล สีสังข์ ที่นำเอาศิลปะการถักทอทองแดง และแรงบันดาลใจของกีฬาฟุตบอลมาถ่ายทอดเป็นผลงานที่สวยงามและร่วมสมัย โดยกิจกรรมเวิร์คช็อปเหล่านี้พร้อมให้ผู้สนใจได้เข้าร่วมเพื่อสัมผัสโลกของเกมการแข่งขันฟุตบอลที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากสนามแข่งขัน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และความสร้างสรรค์จากเกมในแบบของตัวเอง ไนกี้ โกลดัง เปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมระหว่างวันที่ 12 21 มิถุนายนนี้ ที่ ถนนทรงวาด กรุงเทพมหานครฯ เกี่ยวกับ Nike Goal-Dang (ไนกี้ โกลดัง) Nike Goal-Dang เปิดให้ชมอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 12-21 มิถุนายน 2026สถานที่: Play Art House, ถนนทรงวาด กรุงเทพมหานครเวลาเปิดทำการ: 11.00 - 19.00 ทุกวัน กิจกรรมภายใน Nike Goal-Dang : บริการปรับแต่งชุดกีฬาฟุตบอล Nike เวิร์กช็อปนำโดยครีเอเตอร์ชาวไทย พื้นที่จัดแสดงเสื้อผ้า และผลิตภัณฑ์ฟุตบอล Nike โปรแกรมเวิร์คช็อปภายใน Nike Goal-Dang : ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนร่วมกิจกรรมผ่านแอป Nike เวิร์คช็อป "Thaipography" (จัดโดย Maan) เกี่ยวกับกิจกรรม: เวิร์คช็อปตัวอักษรไทยผ่านการเล่าเรื่องด้วยภาพ และการออกแบบกราฟิกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฟุตบอล สร้างสรรค์งานศิลปะแบบตัวอักษรที่กำหนดเอง ผู้จัด : Jirawat "Maan" Sriluansoi (จิรวัฒน์ แม่น ศรีเลื่อนสร้อย) วันที่: วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน (17:30 19:00 น.) และวันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน (19:00 - 21:00 น.) เวิร์คช็อป "Blueprint Cyanotype" (จัดโดย Ladderice) เกี่ยวกับกิจกรรม: คลาสฝึกทำภาพพิมพ์ cyanotype printing โดยใช้กราฟิกและวัตถุที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฟุตบอล เพื่อสร้างภาพพิมพ์แบบ blueprint-style photographic ผู้จัด: Ladderice (แลดเดอร์ริส) วันที่: วันอังคารที่ 16 มิถุนายน (19:00 - 21:00 น.) และวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน (19:00 - 21:00 น.) เวิร์คช็อป "Copper Weaving" (จัดโดย Teerapon) เกี่ยวกับกิจกรรม: งานฝีมือที่แนะนำเทคนิคการถักทอทองแดงผ่านการสร้างเครื่องรางที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฟุตบอล และของตกแต่งแบบทำมือ ผู้จัด: Teerapon Sisung (ธีรพล สีสังข์) วันที่: วันพุธ 18 มิถุนายน (19:00 - 21:00 น.) และวันเสาร์ 20 มิถุนายน (09:30 - 11:30 น.)
ข่าว • 15 มิ.ย. 69
อ่าน
Lola Young ส่งเพลงใหม่ “From Down Here” ถ่ายทอดอารมณ์สุดเข้มข้น สานต่อความปังของ Messy
Lola Youngศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลงเจ้าของรางวัลGRAMMYและBRIT AwardsจากSouth Londonกลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่From Down Hereที่ร่วมทำกับJames Blakeนับเป็นผลงานใหม่หลังอัลบั้มIm Only F**king Myselfที่ได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนเพลงและนักวิจารณ์เพลงทั่วโลก รวมถึงความสำเร็จจากเพลงMessyที่พาเธอก้าวสู่การเป็นศิลปินระดับโลก ทั้งขึ้นอันดับ14บนBillboard US Hot 100,อันดับ1บนBillboard Pop AirplayและUK Official Singles Chartพร้อมยอดสตรีมทะลุ1พันล้านครั้งเป็นที่เรียบร้อย ฟังเพลงFrom Down HereของLola Youngที่นี่https://LolaYoungTH.lnk.to/FromDownHerePR From Down Hereเปรียบเสมือนการเปิดฉากบทใหม่ในชีวิตของLola Youngทั้งในชีวิตและเส้นทางดนตรี ถ่ายทอดความซับซ้อนระหว่างความสุขและความเจ็บปวด ความโหยหาและความชัดเจนทางอารมณ์ ลอยอยู่ระหว่างความเปราะบางและความเข้มข้นของความรู้สึก ผ่านบรรยากาศดนตรีที่เรียบง่ายแต่สะกดอารมณ์ ก่อนจะปิดฉากเรื่องราวจากอัลบั้มก่อนหน้า และก้าวสู่แนวดนตรีที่เปิดกว้าง ลึกซึ้ง และเปิดเผยมากขึ้น Lola Youngกล่าวถึงเพลงนี้ว่า วันหลังจากงานGRAMMYsฉันมีแรงบันดาลใจถาโถมเข้ามา เลยเข้าไปทำเพลงในสตูดิโอกับJames Blakeและกลายเป็นเพลงนี้ขึ้นมา ฉันกำลังเขียนบทใหม่ของเรื่องราวตัวเอง เพราะถ้าปล่อยให้เป็นหนังสือเล่มเดิมต่อไปก็คงน่าเบื่อเกินไป ต้นปีที่ผ่านมาLola Youngได้เข้าชิงรางวัลGRAMMYสาขาBest New Artistและคว้ารางวัลBest Pop Solo PerformanceจากเพลงฮิตMessyซึ่งเธอได้นำไปแสดงบนเวทีงานประกาศรางวัลในเวอร์ชันเรียบง่ายแต่ทรงพลัง อีกทั้งยังคว้ารางวัลBRIT AwardsสาขาBritish Breakthrough ArtistและIvor Novello Awardsครั้งที่สองในสาขาPRS for Music Most Performed Workจากผลงานเพลงเดียวกันอีกด้วย นอกจากนี้Lola Youngยังเตรียมหวนคืนสู่เวทีในเดือนหน้า กับทัวร์คอนเสิร์ตใหญ่ในสหราชอาณาจักรที่บัตรขายหมดทุกใบ ครอบคลุมเมืองManchester, Birmingham, Glasgowและโชว์บ้านเกิดที่ลอนดอน ณO2 Academy Brixtonที่ได้แสดงโชว์ถึง2รอบ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อขึ้นแสดงในงานAll Things Goเดือนกันยายน และAustin City Limitsเดือนตุลาคมนี้ ตลอดทั้งปี2026นี้ เราจะยังได้เห็น และได้ฟังเพลงใหม่ ๆ ของLola Youngกันอีกเรื่อย ๆ แน่นอน เตรียมรอฟังเพลงใหม่ที่อาจจะไวรัลหนักกว่าเดิมกันไว้ได้เลย เพราะLola Youngเป็นหนึ่งในศิลปินรุ่นใหม่ที่หลายคนจับตามอง มีความเป็นศิลปินเต็มเปี่ยม และพร้อมแล้วที่จะถ่ายทอดความรู้สึกต่าง ๆ พร้อมประสบการณ์ที่ผ่านมาของเธอผ่านบทเพลงใหม่ ๆ ที่กำลังทยอยปล่อยให้เราได้ฟังกันเรื่อย ๆ ตลอดปีนี้
ข่าวเพลงต่างประเทศ • 26 พ.ค. 69
อ่าน
โรบินสันไลฟ์สไตล์ ปักหมุด Center of Sport & Wellness จุดกระแส Sport Culture ทั่วไทย
ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าตอกย้ำบทบาทการเป็น Central to Life หรือศูนย์กลางชีวิตของทุกคน ยกระดับศูนย์การค้าฯ สู่การเป็น Center of Sport Wellness ที่เชื่อมต่อสุขภาพ กีฬา ไลฟ์สไตล์ และชุมชนเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบวงจร เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีทั้งกายและใจ พร้อมตอบรับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตอย่างสมดุลมากขึ้น โรบินสันไลฟ์สไตล์ ปักหมุด Center of Sport Wellnessจุดกระแส Sport Culture ทั่วไทย ภายใต้เป้าหมายดังกล่าว โรบินสันไลฟ์สไตล์มุ่งทำให้ สุขภาพดี เป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย สนุก และเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน ผ่านการผสานพลังของศูนย์การค้าฯ ในฐานะศูนย์กลางของชุมชน กับเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านกีฬาและสุขภาพอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยวาง 4 แกนสำคัญในการขับเคลื่อน ได้แก่ Empowering Community Health การสร้างพลังสุขภาพดีให้ชุมชน, Strong Partnership for Knowledge การเชื่อมต่อองค์ความรู้ด้านสุขภาพจากผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและเอกชน, The Ultimate Sport Hub การยกระดับพื้นที่ศูนย์การค้าฯ ให้เป็นฮับของกีฬาและกิจกรรมเพื่อสุขภาพ และ Holistic Health Wellness Destination การรวบรวมสินค้า บริการ และแบรนด์ชั้นนำด้านสุขภาพ ความงาม และเวลเนสไว้อย่างครบจบในที่เดียว คุณนุจรีย์ มารัตนะฤกษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ปัจจุบัน Sport Culture ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการออกกำลังกายเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ที่สะท้อนทั้งตัวตน ความสนุก การรวมกลุ่มของคอมมูนิตี้ และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ดังนั้น การขับเคลื่อนสู่การเป็น Center of Sport Wellness จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการตอกย้ำบทบาท Central to Life ของโรบินสันไลฟ์สไตล์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน เชื่อมต่อสุขภาพ ดีสู่ชุมชน และสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเริ่มต้นดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้นใกล้บ้าน พร้อมสนับสนุนให้โรบินสันไลฟ์สไตล์เป็น จุดหมายที่ ลูกค้านึกถึงเมื่อมองหาประสบการณ์ด้านกีฬา สุขภาพ ความงาม และเวลเนสที่ครบจบ ในที่เดียว ปลุกพลังสุขภาพดีให้ทั้งเมือง ผ่านอีเวนต์กีฬาที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้ การขับเคลื่อน Empowering Community Health ของโรบินสันไลฟ์สไตล์ เริ่มจากการทำให้สุขภาพดีเป็นเรื่องใกล้ตัวและสนุกสำหรับทุกคน ผ่านการจัดอีเวนต์กีฬาและกิจกรรมสุขภาพระดับจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทุกวัย ตั้งแต่เด็ก เยาวชน คนทำงาน ครอบครัว ไปจนถึงผู้สูงอายุ โดยเฉพาะการอุ่นเครื่องต้อนรับมหกรรมกีฬาฟุตบอลระดับโลก World Cup ด้วยกิจกรรมพิเศษระหว่างวันที่ 29 พ.ค. 69 19 ก.ค. 69 นำโดยการแข่งขัน Robinson Lifestyle 4X4 Football Youth Cup 2026 ชิงถ้วยเกียรติยศและทุนการศึกษารวมกว่า 100,000 บาท ในสนามภูมิภาครวม 5 สาขา ได้แก่ สุพรรณบุรี บุรีรัมย์ กำแพงเพชร ฉะเชิงเทรา และราชพฤกษ์ พร้อมกิจกรรม Sale Arena, Football Clinic , Goal Shooting Competition และ Kids Fashion Show ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างสีสันและดึงดูดสายกีฬาให้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ โรบินสันไลฟ์สไตล์ยังเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมกีฬาและสุขภาพหลากหลายรูปแบบในแต่ละพื้นที่ อาทิ การแข่งขัน Balance Bike จักรยานขาไถสำหรับเด็ก, การประกวดเต้น Cover Dance Battle, การแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ เพาะกาย ที่เปิดโอกาสให้นักกีฬาอาวุโสได้แสดงศักยภาพและสร้างแรงบันดาลใจด้านการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง, การแข่งขันชกมวย The Legend Fight, กิจกรรมปั่นจักรยานรับลมชมเมืองกำแพง, การแข่งขัน Jump Around Extreme, กิจกรรม Jetts Fitness On Tour และการแข่งขันเทควันโด แชมเปี้ยนชิพ สะท้อนบทบาทของโรบินสันไลฟ์สไตล์ในฐานะพื้นที่กลางของชุมชนที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเริ่มต้นชีวิตสุขภาพดีได้ทุกวัน ในพื้นที่ใกล้ๆ คุณ ติดตามข้อมูลข่าวสาร โปรโมชัน และอีเวนต์ใหม่ๆ ของศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ผ่านทาง Facebook Page: Robinson Lifestyle (https://www.facebook.com/RobinsonLifestyleMall) ====================
ข่าว ประชาสัมพันธ์ • 30 พ.ค. 69
ดูเพิ่มเติม